ตารางบอลวันนี้ ระบบห่วยๆที่ทำให้แข้งดังพร้อมล้มเหลวที่แมนฯยูไนเต็ด

ระบบห่วยๆที่ทำให้แข้งดังพร้อมล้มเหลวที่แมนฯยูไนเต็ด

“ผมพูดเสมอว่าคลาสส์ออฟ92ไม่ได้พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่เราคว้าแชมป์เพราะเรามีนักเตะมากประสบการณ์อย่าง สตีฟบรูซ,แกรี่พัลลิสเตอร์,รอยคีน,เอริคคันโตน่า,ไบรอันแม็คแคลร์และปีเตอร์ชไมเคิ่ล”

นั่นคือ1ในส่วนหนึ่งของวิวาทะล่าสุดจากแกรี่เนวิลล์ 1ในสมาชิกของทีมลูกกรอกคะนอง1992 ที่พุ่งขึ้นมาแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่อย่างงดงาม ภายใต้การดูแลของเซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสัน

พี่น้องเนวิลล์,พอลสโคลส์,นิคกี้บัตต์,เดวิดเบ็คแฮมและไรอันกิ๊กส์พุ่งพรวดขึ้นมาสร้างปรากฏการณ์ให้กับพรีเมียร์ลีก

ระบบห่วยๆของ’ปีศาจแดง’ที่ทำให้แข้งดังย้ายมาล้มเหลว

ระบบห่วยๆของ'ปีศาจแดง'ที่ทำให้แข้งดังย้ายมาล้มเหลว

แต่ก็อย่างที่“เนฟ”พูดไปนั่นแหล่ะ แมนฯยูไนเต็ดไม่มีทางไปถึงตำแหน่งแชมป์ลีกได้แค่เพราะคลาสส์ออฟ92เพียงอย่างเดียว เพราะพวกเขายังต้องการพี่เลี้ยงที่จะคอยชี้แนะหลายๆอย่างในสนามอยู่

เนวิลล์ยังถือโอกาสยืนยันเสียงแข็งว่าเขาเห็นด้วย กับวาทะอมตะของอลันแฮนเซ่นอดีตปราการหลังและกูรูระดับตำนาน ว่าคุณไม่มีทางคว้าแชมป์ใดๆได้ด้วยเด็กๆอมมือเหล่านี้

“นักเตะที่มีประสบการณ์จะพาทีมผ่านพ้นช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน และต่อให้เราสามารถยกเอาคลาสส์ออฟ92มาใช้ในทีมชุดปัจจุบันได้ ทั้งทีมพวกเราก็จะไปไม่รอดเหมือนเดิม”

มันเป็นการสารภาพความจริงที่แสนเจ็บปวดจาก1ในอดีตแข้งยุคทองของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แต่ถึงกระนั้นมันก็คือความจริงที่ไร้ข้อปฏิเสธ

ใครล่ะคือกลุ่มแข้งกระดูกสันหลังของ“ปีศาจแดง”ในยุคนี้?

หากมองเรื่องประสบการณ์บางคนอาจจะนึกถึงชื่อของดาบิดเดเคอา,ปอลป๊อกบา,แอชลี่ย์ยังหรือแฮร์รี่แม็คไกวร์ แต่ถามว่ามีสักคนมั้ยที่มีหัวใจเพชรพร้อมถลกแขนเสื้อพาทีมฝ่ามรสุมได้จริงๆ

เดเคอาบุคลิกเงียบเกินไป,ป๊อกบาอารมณ์แปรปรวน,อาจารย์ยังควรเอาแค่ตัวเองให้รอดก่อน ส่วนคนที่ดูดีที่สุดอย่างแม็คไกวร์ก็อาจจะยังใหม่เกินไปสำหรับงานหนักอึ้ง

เมื่อไม่มีพี่ใหญ่ที่คอยควบคุมน้องมัน ก็อยากที่แมนฯยูจะมีแข้งดาวรุ่งดวงใหม่ก้าวขึ้นมาระเบิดฟอร์มได้ดี เหมือนอย่างที่เบ็คแฮม,กิ๊กส์หรือเนวิลล์เคยทำ

หลายๆคนอาจจะเถียงคอเป็นเอ็นว่านักเตะแบบเบ็คแฮม,กิ๊กส์หรือเนวิลล์นั้น เห็นๆกันอยู่ว่ามีฝีเท้าระดับโลกต่างกับดาวรุ่งยุคปัจจุบัน ที่ฝีเท้ายังไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างแรชฟอร์ด,ลินการ์ด,แม็คโทมิเนย์หรือเปเรยร่า

แต่หากจะมองกันแบบแฟร์ๆสำหรับนักเตะใหม่สักหน่อยเราก็ต้องยอมรับความจริงเช่นกัน ว่าขุนพล“ผีแดง”ยุคปัจจุบันไม่ได้มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแจ้งเกิดของแข้งดาวรุ่งหน้าไหนเลยแม้แต่คนเดียว

ตารางบอลวันนี้ แมนยู-แพ้-คริสตัล-พาเลซ

มันก็คงย้อนกลับมาที่คำพูดของเนวิลล์ที่เขาเน้นขีดเส้นใต้ตัวโตๆเอาไว้ว่า “ต่อให้เอาคลาสส์ออฟ92ทั้งแก๊งมาเล่นในทีมชุดนี้มันก็จะยังห่วยเหมือนเดิม”

เรื่องบางอย่างไม่มีใครพิสูจน์ความจริงได้ แต่มันก็น่าสนใจว่าถ้านักเตะอย่างแรชฟอร์ด,ลินการ์ด,ลุคชอว์,เฟร็ดหรือแม็คโทมิเนย์ ถูกปลุกปั้นด้วยกุนซือคนอื่นๆจากทีมอื่นๆที่ไม่ใช่แมนฯยูผลลัพย์มันจะออกมาในรูปแบบนี้หรือไม่

แน่นอนว่าลึกๆแล้วในตอนนี้พวกเราโคตรจะยี้นักเตะอย่างลินการ์ด,แรชฟอร์ดหรือเฟร็ดกันเกือบทั้งโลก

แต่คำถามที่น่าสนใจก็คือ…..แล้วทำไมเป๊ปกวาร์ดิโอล่าหรือเจอร์เก้นคล็อปป์ ถึงสามารถปั้นนักเตะหลายๆคนที่ดูแล้วไม่ควรจะเก่งอะไรได้เลย ให้กลายเป็นแข้งที่ทำผลงานได้เต็มศักยภาพล่ะ?

แมนเชสเตอร์-ยูไนเต็ด-2019-2020

นักเตะธรรมดาๆอย่างฟาเบียนเดลพ์ สามารถยืนเป็นแบ็คซ้ายให้กับซิตี้ได้อย่างแข็งแกร่ง ต่อเนื่องมาถึงโอเล็กซานเดอร์ซินเชนโก้

นักเตะที่ควรหมดสภาพไปแล้วอย่างแฟร์นานดินโญ่ กลับมาสร้างชื่อผงาดกลายเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่เก่งที่สุดในพรีเมียร์ลี กแล้วทำไมแข้งอย่างเจมส์มิลเนอร์,จอร์แดนเฮนเดอร์สัน,หรือดิว็อคโอริกี้ ถึงเป็นอาวุธชั้นดีให้กับลิเวอร์พูลในสถานการณ์ต่างๆได้เสมอ

ถามว่าโจโกเมซจริงๆแล้วเก่งกว่าคริสสมอลลิ่งหรือวิคเตอร์ลินเดเลิฟขนาดนั้นเลยเหรอ? ก็อาจจะเปล่า!เฉกเช่นเดียวกับนิคกี้บัตต์ที่เอาเข้าจริงๆแล้วความสามารถเฉพาะตัวอาจจะสู้แม็คโทมิเนย์ในยุคนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ

มาร์คัส-แรชฟอร์ด-เจสซี่-ลินการ์ด

เรามัวแต่พูดกันว่าแรชฟอร์ด,ลินการ์ดและผองเพื่อนแย่อย่างนั้นแย่อย่างนี้ แต่เราลืมคิดไปหรือเปล่าว่าพวกเขาต้องเติบโตขึ้นมาท่ามกลางสภาวะแวดล้อมแบบใด?

ดิว็อคโอริกี้โชว์ฟอร์มได้เป็นเรื่องเป็นราวกับลิเวอร์พูลอา จไม่ใช่เพราะว่าเขาเก่งกว่าแรชฟอร์ด แต่เพราะเขามีองค์ประกอบที่เอื้ออำนวยเหมาะสมต่อการแสดงความสามารถมากกว่า

เชื่อเถอะว่าถ้าลิเวอร์พูลเอาแรชฟอร์ดมาใช้งานในยุคนี้ มันก็มีโอกาสที่เขาจะโชว์ประสิทธิภาพได้มากกว่าตอนที่เขาเล่นอยู่กับแมนฯยูไนเต็ด

นักเตะอย่างโอริกี้,ซินเชนโก้,มิลเนอร์,แฟร์นานดินโญ่ ได้รับโอกาสมีเวทีที่เหมาะสมให้เล่น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับ“ปีศาจแดง”มันไม่ใช่แบบนั้น

แข้งชั้นยอดที่มีดีกรีอย่างลูกากู,อเล็กซิส,มคิตาร์ยาน,ดิมาเรีย,ลุคชอว์,ป๊อกบาและอื่นๆอีกมากมาย ต่างก็ย้ายมาตกต่ำที่นี่ด้วยเหตุผลที่ต่างๆกันไป แต่มันมีอยู่1สิ่งที่พวกเขาต้องประสบเหมือนกัน

พวกเขาทั้งหมดนี้แทบไม่เคยได้เล่นฟุตบอลในสไตล์ที่ตัวเองถนัด

ไม่มีใครสามารถแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ เนื่องด้วยข้อจำกัดของระบบและสไตล์การเล่น บอร์ดบริหารและทีมซื้อขายควรจะมีแผนการสร้างทีมระยะยาวที่ชัดเจนแ ละสอดคล้องกับแนวทางการทำทีมของกุนซือ นั่นจะทำให้นักเตะที่ตบเท้าเข้าสู่โอลด์แทร็ฟฟอร์ดมีโอกาสปล่อยของในแบบที่ตัวเองถนัดได้อย่างเต็มที่

แต่กับแมนฯยูก็อย่างที่เราเห็นๆกันพวกเขาเทไปเทมาไร้ซึ่งจุดยื นและละลายเงิน900ล้านปอนด์ไปกับการซื้อนักเตะแบบจับฉ่าย ไม่สอดคล้องกับการทำทีมของกุนซือเลยในช่วง7-8ปีที่ผ่านมา

สก็อต-แม็ค-โทมิเนย์

จากเดวิดมอยส์,หลุยส์ฟานกัล,โชเซ่มูรินโญ่เรื่อยมาถึงโอเล่กุนนาร์โซลชาร์ เราจะเห็นได้ว่ากุนซือทั้ง4คนนี้ไม่ได้มีจุดร่วมทางแท็คติกใดๆที่เหมือนกันทั้งสิ้น เรียกได้ว่าเป็นปรัชญาฟุตบอลคนละโลก

จากตอนแรกที่จะเอาโค้ชเลือดสกอตมาสืบสายเลือด ก็เปลี่ยนกลายเป็นบอลแท็คติก–สักพักเริ่มทนไม่ไหวอยากจะการันตีความสำเร็จด้วยบอล“รถบัส” ไม่สนรากเหง้าวิธีการเล่นใดๆแล้ว พอล้มเหลวอีกก็ได้แต่สวดมนต์หวังว่าการแต่งตั้งอดีตเด็กลูกหม้อในยุคทองจะเข้ามาช่วยกอบกู้ทีมจากยุคมืดได้

มันคือปัญหาเรื้อรังที่แสนจะน่ากลัวและยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รับการแก้ไขใดๆ และมันอาจจะทำให้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดต้องจมปลักอยู่ตรงจุดนี้ไปอีกนาน


ติดตามบทความฟุตบอลสถิติฟุตบอลที่น่าสนใจติดตามได้ทุกวันทาง:www.t-ibcbet99.com