ราคาบอลล่าสุด 3 ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ สโมสรลิเวอร์พูล ในตอนนี้

จากที่ทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมเก็บชัยชนะเป็นกอบเป็นกำ ราคาบอลล่าสุด ตอนนี้ สโมสรลิเวอร์พูล เริ่มสะดุดแล้วนะครับ 3 เกมหลังสุดที่พ่ายแพ้ พวกเขายิงประตูไม่ได้เลยเกมที่พ่ายแพ้ “หงส์แดง” ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ส่วนใหญ่ พวกเขามักจะเจอปัญหาเดียวกัน คือพวกเขาไม่สามารถสร้างสรรค์เกมรุกได้อย่างที่ควรจะเป็น

และการเสียประตู มันก็เกิดจากความผิดพลาดของผู้เล่นส่วนบุคคลเป็นส่วนใหญ่อีกด้วย ทำให้รูปเกมในบางช่วง พวกเขาก็ไม่ได้ดูแย่ บางทีดูเหนือกว่าด้วยซ้่ำ แต่มันก็กลับทำอะไรไม่ได้

ในช่วงกลางสัปดาห์หน้า ลิเวอร์พูล จะต้องไปเจอกับ แอตเลติโก มาดริด ในเกมเลกที่สอง กุนซือชาวเยอรมันจาก Maxbet นั้นมีปัญหาที่ต้องแก้ไขอยู่มากมายเลยทีเดียว ซึ่งพวกเขาต้องแก้ให้ได้ ก่อนที่จะเข้าสู่เกมวันพุธและนี่คือ

3 ปัญหาใหญ่ ที่ ลิเวอร์พูล กำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้

1. แก้ปัญหาฟอร์มตกของ ฟาน ไดค์

แน่นอนว่า เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ คือผู้เล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่เก่งที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ แต่บอกได้เช่นเดียวกันว่า เขาไม่ได้ไร้เทียมทาน ฟอร์มของ ลิเวอร์พูล ก็เช่นกัน

ไม่มีนักเตะคนไหน ที่จะทำผลงานได้ดีในทุกๆ เกม ไม่เว้นแม้แต่ ลิโอเนล เมสซี่ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาจนถึงตอนนี้ ต้องยอมรับว่า ฟาน ไดค์ มีฟอร์มการเล่นที่ตกลงไป

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเลย ปัญหาการฟอร์มตกของ ฟาน ไดค์ เกิดมาจากอะไร? นั่นคือสิ่งที่ต้องหาต้นตอกันให้เจอ

ส่วนหนึ่งที่มีความเป็นไปได้ คือการสับเปลี่ยนคู่ขาของเขา จาก โจ โกเมซ มาเป็น เดยัน ลอฟเรน ซึ่งก็จริง เพราะสองคนนี้ มีสไตล์ที่ต่างกันไป และเมื่อมันสับเปลี่ยนกันภายใน 2 เกม แล้วดันไปเจอคู่แข่งที่ทำได้ดี มันก็อาจจะทำให้ ฟาน ไดค์ เกิดการสับสน และไม่เข้าใจกันกับเพื่อนด้านข้าง

อย่างไรก็ตาม ผลงานความผิดพลาดของตัวเอง ก็มีส่วนเช่นกัน อย่างในเกมที่แล้ว ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ลิเวอร์พูล แพ้ให้กับ เชลซี 0-2 ในประตูที่ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ยิง เขามีข้อผิดพลาดอยู่ 2 จุด

จุดแรกคือการโหม่งบอลไปเข้าหา บาร์คลี่ย์ ที่รออยู่ตรงกลางสนาม จุดที่สองคือเมื่อแข้งทีมชาติอังกฤษ เข้ามาถึงหน้ากรอบเขตโทษ เขากลับปล่อยให้ เปโดร ที่ยืนห่างจากเขาไปประมาณ 4 เมตร โล่งมากๆ และมีโอกาสที่จะโดนคู่แข่งจ่ายบอลทะลุมา

ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ ลูกนี้เขาไม่พลาดแน่ แต่ในเกมนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าฟอร์มเขาฝืดลงไป ถ้าไม่คิดจะประกบ เปโดร เขาก็ควรจะเข้ามาดับเบิ้ลทีมใส่ บาร์คลี่ย์ เหมือนปกติที่เขาเคยทำ ไม่ใช่ปล่อยให้ โกเมซ ต้องถอยร่นไปเรื่อยๆ จนถูกยิงสวนเข้าไป

ทางแก้ปัญหาเล็กๆ คือ คล็อปป์ อาจจะต้องย้ำในการส่ง โกเมซ ลงคู่กับเขาไปอีกหนึ่งเกม ในนัดที่จะพบกับ บอร์นมัธ เพื่อหาความลงตัวในการเล่นร่วมกัน เพราะเขาน่าจะสับสนพอควร จากการที่ต้องเล่นร่วมกับ เดยัน ลอฟเรน ในเกมกับ วัตฟอร์ด


2. หาตัวแทนของ เฮนเดอร์สัน ให้ได้

จากกัปตันทีมที่สาวก “เดอะ ค็อป” ไม่ได้พิสมัยสักเท่าไหร่ แต่ทุกวันนี้เหล่าแฟนบอลนั้นเริ่มเอา จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มาเป็นข้ออ้าง ในผลงานความพ่ายแพ้ในช่วงหลังๆ แล้ว

ถามว่ามันมีส่วนถูกหรือไม่ แน่นอนว่ามันก็มีส่วน แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด เพราะสุดท้ายแล้ว ตัวที่เข้ามาทดแทน เฮนเดอร์สัน ก็ไม่ได้มีฝีเท้าที่ต่้ำชั้นกว่าเลย

และก่อนหน้านี้เอง ทีมก็มีหลายนัด ที่ไม่เลือกใช้งาน เฮนเดอร์สัน ลงเล่น แต่ทีมก็ยังสามารถเอาชนะได้แบบไม่มีปัญหาอะไร

แต่กลายเป็นว่า สถิติมันก็บ่งบอกออกมาเหมือนกัน เมื่อไหร่ก็ตามที่ “หงส์แดง” ขาด เฮนเดอร์สัน ไป พวกเขาจะมีสถิติที่ไม่ดีนัก

ฤดูกาลนี้ ในเกมที่ทีมมี เฮนโด้ ทีมเก็บชัยชนะได้ 28 จาก 34 นัด (เสมอ 4 แพ้ 2) คิดเป็น 82.4 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว

และเมื่อทีมนั้นขาดกัปตันทีมรายนี้ไป จาก 12 เกม พวกเขาชนะได้ 7 เสมอ 2 และแพ้ถึ 3 นัด เท่านั้นไม่พอ อัตราการทำประตูก็ลดน้อยลง แถมยังเสียประตูถึง 22 เกมจาก 12 นัด

ขณะที่พอมีเขาอยู่ พวกเขาเสีย 25 จาก 34 เกม เรียกได้ว่าจำนวนนั้นต่างกันมากๆ เพราะทีมจะมีค่าเฉลี่ยเสียเพียง 0.7 ประตูจาก 34 นัด ยังไม่ถึงหนึ่งลูกต่อเกมเลย

แต่ถ้าไม่มีเขา ทีมเสียถึง 1.8 ประตู ต่อนัด จากเพียงแค่ 12 เกม พวกเขาเสียเกือบ 2 ลูกต่อนัดเลยทีเดียว

นั่นคือสิ่งที่ คล็อปป์ ต้องไปแก้ปัญหาเป็นอย่างที่สอง เหมือนสมัยที่เขาเคยลองใช้ อดัม ลัลลาน่า เล่นแทนในบทบาทของ ฟาบินโญ่ พวกเขาก็ต้องหาผู้ที่จะเข้ามาแทน เฮนเดอร์สัน ให้ได้เหมือนกัน


3. ทำให้ 3 ประสานแดนหน้า กลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง

พูดกันตามตรง ผมไม่เห็น 3 แดนหน้าอย่าง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ นั้นมีการสอดประสานที่ยอดเยี่ยมมาหลายนัดแล้ว

ช่วงหลังๆ ที่ทีมได้ประตู เหมือนจะรอบอลจากการโยนของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ บ่อยจนเกินไป เมื่อแบ็กทั้งสองฝั่ง ถูกประกบติดให้เปิดบอลยาก งานของ 3 ประสานแดนหน้า ก็เริ่มลำบากขึ้นทันที

เรื่องจริงที่ว่าทั้ง 3 คน ดูไม่อันตรายเลย นับตั้งแต่กลับมาจากช่วงเวลาพัก 2 สัปดาห์ในตอนนั้น โดยเฉพาะในรายของ ซาดิโอ มาเน่ นับตั้งแต่เขาหายเจ็บกลับมา ก็ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ร้อนแรง เหมือนเมื่อช่วงต้นซีซั่น

ขณะที่ความยอดเยี่ยมในการเลี้ยงบอลของ ฟีร์มิโน่ เองก็ขาดหายไป เมื่อเขาเลี้ยงกินตัวไม่ได้ มันก็ไม่สามารถสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับฝั่งตรงข้ามได้เลย

ซาล่าห์ แม้ว่าเขาจะเป็นผู้เล่นที่ใช้โอกาสเปลืองที่สุดในทีม แต่ข้อดีคือเขาเองก็มักจะหาโอกาสยิงประตูได้มากมาย แต่กลายเป็นว่าช่วงหลังๆ เอง โอกาสที่เขาจะได้สับไก ก็เป็นไปได้ยากเหมือนกัน

การจ่ายบอลทำชิ่งของ 3 คนนี้ ไม่ได้ไหลลื่นเหมือนเมื่อก่อน โดยเฉพาะการเล่นของหัวหอกหมายเลข 9 ในตำแหน่ง ฟอลส์ ไนน์ ซึ่งเป็นตัวหมุนที่สำคัญมากๆ ในเกมรุกของ ลิเวอร์พูล


แม้จะดูว่าเป็นปัญหาใหญ่ในตอนนี้ แต่จริงๆแล้วสิ่งที่เป็นปัญหาหลักที่ สโมสร ลิเวอร์พูล ต้องกลัวอาจคือ โควิด-19 ที่กำลังระบาดและตอนนี้นักเตะหลายคนเริ่มติดไวรัสนี้ ต้องติดตามกันต่อไปว่าการแข่งขันจะดำเนินต่อไปหรือไม่ หากไม่โอกาสในการเป็น แชมป์ พรีเมียร์ลีก ของพวกเขาก็อาจจะต้องสลายลงไป

ติดตามบทความ ข่าวบอล ลิเวอร์พูลล่าสุด รวมถึง บทความลิเวอร์พูล ที่น่าสนใจ สถิติบอลเด็ดๆ สามารถติดตามได้ทาง : เว็บ Ibcbet

คนเข้าชม 348 total views