ผลบอลสดวันนี้ 3 กุญแจสำคัญที่อาจทำให้ manutd คว่ำ หงส์แดง ได้สำเร็จ

ผลบอลสดวันนี้ กาลเวลาหมุนเวียนไปหลายๆ อย่างก็เปลี่ยนตาม เฉกเช่นเดียวกับสถานการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล หากเป็นก่อนหน้านี้ ใครๆ ต่างก็ยกย่องให้ manutd ในยุค เฟอร์กี้ มีแสงยานุภาพที่เหนือกว่า “หงส์แดง” อยู่หลายขุม แต่นั่นคงใช้กับปัจจุบันไม่ได้อีกต่อไป

ในขณะที่ผลงานของ ยูไนเต็ด สาละวันเตี้ยลงๆ มันก็สวนทางกับ ลิเวอร์พูล ในยุค เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่มีแต่พุ่งขึ้นๆ จนแทบทะลุขอบฟ้า ชนิดที่ว่าดีเว่อร์ๆ ในระดับที่ไม่มีใครคาดหวังว่ามันจะต้องโหดได้ขนาดนี้

21 นัดในเกมลีก ชนะ 20 , ลุ้นทำสถิติไร้พ่าย , ออกสตาร์ทดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล , คุณภาพนักเตะตัวจริงและสำรองทดแทนกันเนียนตา , สไตล์การเล่นสนุกสนานเร้าใจ

เส้นทางที่ “เร้ด แมชชีน” กำลังเดินอยู่ คือเส้นทางที่มีลุ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับเทพเจ้าอย่าง บาร์เซโลน่า ยุค เป๊ป , บาเยิร์น ของ จุ๊ป ไฮน์เก้สส์ หรือทีมชุดไร้พ่ายของ อาร์เซน่อล อะไรแบบนั้นเลยทีเดียว

ฉะนั้น การเจอกันของ ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึก “แดงเดือด” คืนสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ จึงกลายเป็นความรู้สึกที่ห่างชั้นของแฟนๆ ที่ติดตามหลายคน พวกเขาไม่เชื่อว่า “ผีแดง” จะมีปัญญาใดๆ ที่จะหยุดยั้งความร้อนแรงของทีมดังจาก เมอร์ซี่ไซต์ ได้

แน่นอนว่าศึกในครั้งนี้ ลิเวอร์พูล คือทีมที่มีโอกาสเก็บชัยชนะสูงลิบลิ่ว แต่ในเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นฟุตบอลลูกกลมๆ เราก็ต้องเปิดโอกาสไว้ด้วยเช่นกันว่า “ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอ”

วันนี้ เราจะไปดูปัจจัยสำคัญ 4 ข้อ ที่จะทำให้ “ปีศาจแดง” มีลุ้นบุกไปควัก 3 แต้มถึงถิ่น แอนฟิลด์ ในหนนี้กัน ส่วนจะมีอะไรบ้าง เราไปติดตามกันได้เลยครับ

3 เหตุที่ทำให้ แมนยู อาจทวงบัลลังก์จาก หงส์แดง

1. หงส์แดง ออกลูกเกร็ง เล่นหลุดกันไปเอง

ทำเป็นเล่นไปนะครับ เพราะถึงแม้ว่าจะมีฟอร์มที่เหนือกว่าอยู่หลายขุม แต่ถึงกระนั้น เราก็ได้เห็นกันมาแล้วในเลคแรกที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ว่า “หงส์แดง” นั้นแสดงท่าทีกดดันตัวเองอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน พวกเขาเล่นไม่เป็นธรรมชาติเหมือนเกมอื่นๆ จนทำให้ไม่สามารถออกอาวุธต่างๆ ที่ตัวเองเคยทำได้ในเกมอื่นๆ ซึ่งถ้ามันเกิดขึ้นอีกครั้งในคราวนี้ แมนฯ ยู ก็คงจะมีโอกาสทำแสบใส่คู่อริตัวเอ้ของพวกเขาอีกครั้ง


2. เก่งแค่ไหน แต่ถ้าแพ้ทางก็จบ

เราเคยเห็นกันมาหลายครั้งแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ แมนฯ ยู ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ ที่ถึงแม้จะเก่งกาจค้ำฟ้า แต่ถึงกระนั้น มันก็มักมีอะไรบางอย่างที่ทำให้พวกเขาเล่นสู้ทีมเล็กๆ อย่าง เซาธ์แฮมป์ตัน ในยุคของ แมทธิว เลอร์ ทิสซิเอร์ ไม่ได้ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นเพราะสไตล์ฟุตบอลที่แพ้ทางหรืออะไรก็ตาม และมันก็อาจเกิดขึ้นในยุคนี้ได้เช่นกัน โดยเฉพาะกับการที่ “ปีศาจแดง” ถนัดการเล่นบอลโต้กลับเร็วอยู่แล้ว ในขณะที่ ลิเวอร์พูล เองก็ชอบใช้แท็คติกดันแบ็คโฟร์ขึ้นสูงกว่าเมื่อก่อน


3. แมนฯ ยู ทะลึ่งเล่นท๊อปฟอร์มทุกคน

ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่เกิดขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะ “ปีศาจแดง” ในยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ก็ขึ้นชื่อลือชาอยู่ไม่น้อยเช่นกันว่าเป็น โรบินฮู้ด ที่เชี่ยวชาญในการปราบทีมใหญ่ และแจกแต้มให้ทีมเล็ก ซึ่งในเกมที่พวกเขามีสมาธิมุ่งมั่นมากกว่าปกติ พวกเขาก็จะสามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ อาทิเช่น เกมที่ปราบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในบอลลีก โดยถึงแม้จะมีมาพ่ายในรอบรองชนะเลิศ คาราบาว คัพ ในภายหลัง แต่ถึงกระนั้น นี่ก็เป็นคุณสมบัติที่ ลิเวอร์พูล จะประมาทไม่ได้เป็นอันขาด

ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงแค่มุมเล็กๆ ส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่อาจทำให้ศึก “แดงเดือด” ในครั้งนี้ เป็นเกมที่สนุกเร้าใจกว่าที่หลายๆ คนคิด ซึ่งเราก็เคยได้เห็นกันมาหลายๆ ครั้งแล้ว ว่าทั้ง 2 ทีมนี้สามารถผลัดกันแพ้ชนะได้เสมอ ไม่ว่าใครจะเก่งหรือแย่ขนาดไหนก็ตาม

กับการดวลกับ ลิเวอร์พูล ที่ แอนฟิลด์ ในชุดที่สมบูรณ์แบบที่สุดครึ่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เราคงไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าพวกเขาจะล้มดังแค่ไหนถ้าหากดันไปพลาดท่าพ่ายให้กับ “ปีศาจแดง” ในศึกแห่งศักดิ์ศรีย์หนนี้


เรื่องนี้อาจไม่สำเร็จในเร็ววันนี้ แต่ไม่แน่ในอนาคต แมนยู อาจจะกลับมาเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่และอาจคว่ำ ลิเวอร์พูล ให้กลับมาเป็นรองได้อีกครั้ง ติดตาม ข่าวแมนยู ข่าวบอลวันนี้ ข่าวนักเตะ ข่าวตลาดซื้อขายนักเตะ บทความฟุตบอล สถิติบอล ติดตามได้ทุกวันทาง : เว็บ IBCBET

คนเข้าชม 240 total views