4 เชื้อไฟที่สุมให้ หงส์แดง กับกลายเป็นคู่อาฆาตกับแมนเชสเตอร์ซิตี้

หัวข้อบทความ

นอกเหนือจาก“บิ๊กแมตช์” หงส์แดง ที่รู้จักกันดีอยู่แล้วอย่างแดงเดือด,โอลด์เฟิร์ม,เอลกลาสิโก้,เลอคลาสสิค,เมอร์ซี่ไซส์ดาร์บี้,แมนเชสเตอร์ดาร์บี้,ดาร์บี้เดลล่ามาดอนนิน่า,ถ่านหินดาร์บี้และเกมสำคัญอีกมากมายที่มีอยู่เกลื่อนกลาดมันยังมีบางช่วงบางเวลาเหมือนกันที่เราได้เห็นสงครามคู่อริคู่ใหม่ถือกำเนิดขึ้นมาแล้วค่อยๆผลัดกันมอดดับไป

4 ปัจจัยทำให้ หงส์แดง กลายเป็นคู่แค้นกับ แมนเชสเตอร์ซิตี้

อาร์เซน่อลกับแมนฯยูเคยมีช่วงเวลาที่ซัดกันในสนามเดือดทะลุปรอทในยุคมิลเลเนี่ยม

ลิเวอร์พูลกับเชลซีเคยเป็นหนามยอกอกที่ตามราวีกันไปทุกถ้วยตั้งแต่พรีเมียร์ลีกยันไปถึงแชมเปี้ยนส์ลีก

ดอร์ทมุนต์ในยุคเจอร์เก้นคล็อปป์ก็เคยสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับบาเยิร์นอยู่สุดๆช่วงหนึ่ง

แอตฯมาดริดเคยแปรสภาพจากกระสอบทรายของเรอัลมาดริดกลายเป็นอาวุธมหาปะลัยที่ห้ำหั่นกับคู่อริร่วมเมืองได้ถึงพริกถึงขิง

สำหรับยุคนี้มันคงจะไม่ผิดอะไรถ้าเราจะบอกว่าการเจอกันระหว่าง ลิเวอร์พูล กับแมนเชสเตอร์ซิตี้คือที่สุดของ“บิ๊กแมตช์”แห่งยุค “หงส์แดง”กับ“เรือใบสีฟ้า”ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางร้ายแรงอะไรในประวัติศาสตร์โลกฟุตบอลจนกระทั่งมาถึงจุดเปลี่ยนในช่วง3-4ปีหลังสุด

การจะเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันได้มันต้องเริ่มจากความเกลียดการแก่งแย่งความสำเร็จอารมณ์ร่วมของแฟนบอลเหตุดราม่าทั้งนอกและในสนามหลอมรวมเป็นเหตุการณ์มากมายที่เปลี่ยนให้เกมฟุตบอลกลายเป็นสงครามย่อยๆ

ใครๆก็รู้ว่าลิเวอร์พูลกับแมนฯซิตี้คือศัตรูคู่อาฆาตในยุคนี้แต่มันมีองค์ประกอบอะไรบ้างล่ะที่ค่อยๆสั่งสมให้ทั้งคู่มองหน้ากันไม่ติด? วันนี้เราจะย้อนกลับไปดู4เชื้อไฟที่ช่วยเติมให้แมนฯซิตี้กับลิเวอร์พูลกลายเป็นสุดยอดคู่อริที่สมบูรณ์แบบแห่งปี2019

1. เป๊ปกวาร์ดิโอล่าและเจอร์เก้นคล็อปป์

มันไม่ใช่เรื่องเกินเลยถ้าเราจะบอกว่าคล็อปป์และเป๊ปคือสุดยอดกุนซือที่ร้อนแรงที่สุดในโลกฟุตบอลยุคนี้ไม่ว่าจะในแง่คุณภาพหรือความสนุกสนานในการเล่นนั่นทำให้ทุกๆครั้งที่คู่นี้เจอกันผู้คนต่างก็อยากที่จะเห็นการวางแผนใช้แท็คติกต่างๆของเป๊ปและคล็อปป์ว่าใครคือกุนซือเบอร์1ของวงการณเวลานี้กันแน่ที่ยังไม่วายต้องพูดถึงการปะทะคารมณ์กันผ่านสื่อในหนล่าสุดที่ทั้งคู่ไซโคเถียงกันเรื่องการพุ่งล้มของซาดิโอมาเน่

2. คุณภาพเกมการเล่น

โลกฟุตบอลนั้นมี“บิ๊กแมตช์”มากมายแต่ไม่ใช่ทุกๆเกมเหล่านี้จะเป็นเกมที่เต็มไปด้วยคุณภาพแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับลิเวอร์พูลกับแมนฯซิตี้พวกเขาได้รับการพิสูจน์แล้วว่าคือ2ทีมที่แทบจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบที่สุดในโลกลูกหนังณตอนนี้และอาจอยู่ในจุดที่เหนือกว่าเอลกลาซิโก้ยุคปัจจุบันของมาดริดกับบาร์ซ่าไปแล้วด้วยซ้ำฉะนั้นทุกคนสามารถคาดหวังได้ว่าจะได้เห็นการเล่นระดับคุณภาพจากทั้ง2ฝั่ง

3. เรื่องนอกสนาม

“บิ๊กแมตช์”จะเร้าใจสุดๆได้ก็ต่อเมื่อมันมีเหตุการณ์ลุกลามไปนอกสนามซึ่งในเคสของคู่นี้มันก็มีเพียบไม่ว่าจะเป็นตอนที่แฟนบอลลิเวอร์พูลปาข้าวของใส่รถบัสของ“เรือใบสีฟ้า”ซะพังยับในแชมเปี้ยนส์ลีกรอบน็อคเอาท์,การบลัฟกันระหว่างแฟนบอลที่ทางฝั่ง“หงส์แดง”ก็แขว่ะแมนฯซิตี้ว่าเป็นทีมไร้รากเหง้าดีแต่ใช้เงินซื้อความสำเร็จไปวันๆ

ขณะที่อีกฝั่งก็สวนกลับไปว่า“เร้ดแมชชีน”นั้นเป็นพวกจมอยู่กับอดีตแถมอดีตกัปตันทีมของซิตี้อย่างแว็งซ็องต์กอมปานีก็เคยพูดผ่านสื่อแบบโต้งๆว่าโคตรสะใจที่เห็นลิเวอร์พูลแห้วแชมป์พรีเมียร์ลีกไปเรื่อยๆ

4. มีแมตช์เจอกันบ่อยจนหมั่นไส้ความสำเร็จกันและกัน

ลิเวอร์พูล

มันก็คงคล้ายๆกับตอนที่ลิเวอร์พูลกับราฟาได้เจอกับเชลซีของมูรินโญ่บ่อยๆนั่นแหล่ะต่างกันตรงที่ตอนนี้มันเป็นลิเวอร์พูลของคล็อปป์กับเป๊ปที่ตามจองล้างจองผลาญกันไปเรื่อย

ไม่ว่าจะเป็นการแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก,การเจอกันในนัดชิงบอลถ้วย,การเจอกันในศึกคอมมูนิตี้ชิลด์หรือการฟาดฟันกันในรอบน็อคเอาท์แชมเปี้ยนส์ลีกซึ่งทั้งคู่ต่างก็เคยเพลี่ยงพล้ำใส่กันและกันและต่างมีแชมป์ที่อีกฝ่ายยังไม่สามารถทำได้

สำหรับปัจจุบันมันยังมีอยู่แค่นี้แต่ถ้าทั้งคู่ยังคงรักษามาตรฐานต่อสู้แย่งชิงความสำเร็จกันไปเรื่อยๆมันก็อาจทำให้เราได้เห็นเชื้อไฟข้ออื่นๆเกิดขึ้นเพิ่มตามมาอย่างไม่ต้องสงสัยครับ


ติดตามเรื่องราวของ ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ซิตี้ได้ทุกความเคลื่อนไหวหรือหากต้องการอ่านบทความฟุตบอลสถิติบอลที่น่าสนใจติดตามได้ทาง:www.t-ibcbet99.com

คนเข้าชม 684 total views