โปแกมบอลวันนี้ 4 เรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนศึก บ็อกซิ่งเดย์

โปแกมบอลวันนี้ วันพฤหัสบดีนี้ก็จะเข้าสู่หนึ่งช่วงสำคัญของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษแล้วนะครับ นั่นคือศึก บ็อกซิ่งเดย์ การแข่งขันเกมในช่วงบ็อกซิ่งเดย์เป็นประเพณีที่บอลลีกแดนผู้ดีทำกันประจำทุกๆปี คือลงเตะในวันที่26ธันวาคมซึ่งเป็นวันแกะของขวัญ

ที่ต่างประเทศในกลุ่มคนที่เรามักจะเรียกพวกเขาว่า”ฝรั่ง”เขาก็จะมีธรรมเนียมวันคริสต์มาสคล้ายกับช่วงวันสงกรานต์บ้านเราล่ะครับอย่างบ้านเราสงกรานต์3วันคือ13-15เมษายน

คนจีนในช่วงตรุษจีนก็จะมีช่วงเวลาหยุดตรุษจีนของเขากันคือวันจ่าย-วันไหว้-วันเที่ยว คนที่นับถือศาสนาคริสต์ก็เช่นกันครับโดยพวกเขาจะเริ่มเทศกาลคริสต์มาสกันในวันที่24ธันวาคมหรือที่เรียกกันว่าคริสต์มาสอีฟธรรมเนียมปฏิบัติก็คือพาครอบครัวไปเข้าโบสถ์

ส่วนวันที่25ก็คือวันคริสต์มาสเป็นวันเฉลิมฉลองกินเลี้ยงกันตามประสาที่ฝรั่งเขาทำกันโดยก่อนนอนเด็กๆหรือแม้แต่ผู้ใหญ่ก็จะแขวนถุงเท้าเอาไว้เพื่อให้ซานตาคลอสเอาของขวัญมาให้ โดยในวันที่26นี่ล่ะครับคือวันที่พวกเขาจะแกะของขวัญกันโดยเรียกวันนี้ว่าวันบ็อกซิ่งเดย์นั่นเอง

ซึ่งสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเข้ามาสู่เกมสัปดาห์ที่18แล้วโดยในเกมวันพฤหัสบดีนี้ก็จะเป็นแมตช์ที่19พอดิบพอดีจะเรียกว่าแบ่งครึ่งก็ว่าได้เพราะมันกำลังจะครบ19เกมแรก ในสัปดาห์ที่18มีเรื่องให้พูดกันอีกมากมายและมีอะไรที่เป็นประเด็นอย่างมากเลยทีเดียว

4 เรื่องราวน่ารู้ที่เกิดขึ้นก่อนศึก บ็อกซิ่งเดย์

1.แมนเชสเตอร์ซิตี้กลับมาอยู่ในเส้นทางแต่อาจจะช้าไป

แมนเชสเตอร์ซิตี้กลับมาทำผลงานได้น่าประทับใจอีกครั้งแม้ว่าในเกมล่าสุดพวกเขาจะถูกเลสเตอร์ซิตี้ขึ้นนำไปก่อนแต่สุดท้ายก็กลับมาด้วยการยิง3ประตูรวด

และหลังจากนั้นพวกเขาก็ครองเกมได้สมกับที่เป็นแมนฯซิตี้ไม่ปล่อยให้เลสเตอร์ได้เข้ามากดดันมากนักพร้อมกับยังครองบอลได้เหนือกว่าคู่แข่งอีกด้วย

พวกเขากลับมาเก็บชัยชนะได้รัวๆอีกครั้งแต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือมันจะยังทันอยู่หรือไม่เพราะตอนนี้มันก็ยังห่างและลิเวอร์พูลเองก็ยังมีโปรแกรมที่เตะน้อยกว่าอยู่หนึ่งนัดด้วยกัน

2.แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะไม่ทันการ

การพ่ายแพ้ให้กับคู่แข่งไม่ได้เป็นเรื่องแปลกอะไรแต่การพ่ายแพ้ให้กับทีมบ๊วยที่ไม่ชนะใครมาเป็นสิบนัดและยังเป็นทีมบ๊วยที่มีชื่อชั้นน้อยกว่าถือว่าเป็นเรื่องไม่ปกติแล้ว

เมื่อไหร่ก็ตามที่แมนฯยูไนเต็ดเป็นทีมที่เหนือกว่าพวกเขามักจะทำผลงานการแข่งขันได้ไม่ดีเหมือนกับการเจอทีมที่เหนือกว่าหรือเท่าๆกัน

พวกเขามักจะไม่ชนะเมื่อต้องอยู่ในเกมที่ตัวเองครองบอลเยอะกว่าคู่แข่งจะมีแค่นัดที่พบกับนอริชซิตี้ที่พวกเขาครองบอลมากกว่าและเก็บ3แต้มได้

ขณะที่แมตช์ไหน”ปีศาจแดง”ครองบอลได้น้อยกว่าคู่แข่งมักจะมีผลงานที่ดีและสกอร์ที่เป็นชัยชนะมันบ่งบอกให้เห็นทันทีว่าทีมชุดนี้ของโอเล่กุนนาร์โซลชามีดีแค่จังหวะสวนกลับ

แมนฯยูไนเต็ดชุดนี้ยังคงมีเส้นทางวกวนผลงานขึ้นๆลงๆเก็บแต้มทีมใหญ่เพื่อเอาไปแจกทีมเล็กต่อไปจนจบฤดูกาลขณะที่เส้นทางของเมาริซิโอโปเช็ตติโน่กำลังเดินไปข้างหน้าอยู่เรื่อยๆ

อาจจะถึงเวลาที่บอร์ดบริหารจะต้องตัดสินอะไรแล้วหรือเปล่า?

3.ชัยชนะของลูกน้องที่มีเหนือเจ้านายเก่า

เชลซีหลังจากที่ทำผลงานช่วงหลังได้ไม่น่าประทับใจชนะ1แพ้4ใน5เกมหลังสุดแต่พวกเขากลับมาเก็บ3คะแนนในศึกลอนดอนดาร์บี้แมตช์ได้อย่างสวยงามเหมือนไม่เคยเกิดเหตุการณ์แพ้4นัดมาก่อนหน้านี้

ผู้มาเยือนอย่างเชลซีทำผลงานได้เหนือกว่าเจ้าถิ่นอย่างชัดเจนตั้งแต่นาทีแรกจนถึงนาทีสุดท้ายแม้ในช่วงครึ่งเวลาหลังท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์จะได้ครองบอลมากกว่าแต่ก็ไม่ได้ทำให้เชลซีต้องเจอกับความอันตรายใดๆ

แฟร้งค์แลมพาร์ดมาดวลกับสเปอร์สในเกมนี้ด้วยระบบ3-4-3กลายเป็นสร้างความปั่นป่วนให้กับโชเซ่มูรินโญ่อยู่พอสมควรเลย

และทีเด็ดในเกมนี้ก็คือวิลเลี่ยนเขากลายเป็นผู้สร้างความแตกต่างในเกมนี้อย่างแท้จริงโดยเฉพาะความสุดยอดในการยิงประตูแม้จะมีโอกาสไม่มากนัก

ขณะที่สเปอร์สแทบจะไม่ได้โอกาสอะไรเลยก่อนจะจบเกมพวกเขายังยิงไม่เข้ากรอบเลยด้วยซ้ำและมีโอกาสทำประตูไปเพียง4หนขณะที่การเข้ากรอบครั้งแรกก็เป็นลูกยิงแฉลบบล็อกมาเข้ามือเกป้าอย่างง่ายดาย

ถือว่าในยกแรกอดีตลูกน้องสมัยเป็นนักเตะอย่างแลมพาร์ดสามารถเอาชนะเจ้านายผู้ปลุกปั้นอย่างมูรินโญ่ได้ก่อนทั้งเรื่องแท็กติกการควบคุมอารมณ์ของนักเตะและผลการแข่งขัน

4.ลิเวอร์พูลอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบทั้งๆที่อยู่ต่างแดน

หลังจากแมนฯซิตี้ชนะให้กับเลสเตอร์ซิตี้3-1กลับกลายเป็นว่าทุกๆอย่างมันยิ่งเป็นใจให้กับลิเวอร์พูลไปอีก โดยปกติทีมที่ไม่ได้แข่งขันจะต้องโดนทำคะแนนเข้ามาไล่กดดันหรือไม่ก็แซงหน้าไปชั่วคราวแต่หนนี้ก็ต้องบอกว่าลิเวอร์พูลมีความเฮงสุดๆที่ในสัปดาห์18นั้นกลายเป็นทีมอันดับ2-3เจอกันเอง

“หงส์แดง”ไปลุยศึกฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพแทนที่พวกเขาจะถูกไล่มาเหลือ7แต้มถ้าเลสเตอร์ชนะกลับกลายเป็น”เรือใบสีฟ้า”ที่เก็บ3คะแนนได้ทำให้พวกเขายังมีแต้มนำอยู่10คะแนนเท่าเดิมก่อนจะเข้าสู่แมตช์บ็อกซิ่งเดย์

นอกจากพวกเขาจะไปได้แชมป์โลกที่กาตาร์ด้วยการเอาชนะฟลาแมงโก้1-0แล้วกลับมาที่อังกฤษพวกเขายังมีสถานการณ์อยู่เหมือนเดิมเพิ่มเติมคือได้แมตช์เพิ่มมาอีกหนึ่งเกม

ถ้าในวันบ็อกซิ่งเดย์ลิเวอร์พูลสามารถเอาชนะเลสเตอร์ได้สำเร็จก็มีโอกาสที่เราจะตัดทีม”จิ้งจอก”ออกไปจากสาระบบการลุ้นแชมป์ได้เลย


ตอนนี้ทุกท่านคงได้รู้เรื่องราวที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นก่อนศึก บ็อกซิ่งเดย์ กันไปเรียบร้อยแล้ว ในครั้งหน้าจะมีเรื่องราวอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นอีกบ้าง สามารถติดตามข้อมูลและความเคลื่อนไหวต่างๆติดตามได้ทาง เว็บMaxbet

คนเข้าชม 251 total views