ดูตารางบอล 16 ปีที่ผันผ่าน ของนักรบสงครามกุหลาบขาว ลีดส์ ยูไนเต็ด (1)

ดูตารางบอล มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงไอจีแสดงความยินดีกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่เลื่อนชั้นกลับมา แต่ก็รีบลบทิ้งไป เขาอาจเด็กเกินกว่าจะจดจำสงครามกุหลาบที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยมีดอกสีแดงประทับบนตราสโมสร ต่อสู้ห้ำหั่นกับ ลีดส์ ยังคงมีตรากุหลาบขาวเล็กอยู่ในโล่สีทองประจำทีม และตั้งแต่เซ็นสัญญาระดับอาชีพ เขาก็ไม่เคยสัมผัสเกมนั้นสักครั้ง

ในยุครุ่งเรืองที่ ลีดส์ เป็นทีมหัวตารางตั้งแต่ปลาย 90 ถึงช่วงต้นยุคมิลเลเนี่ยม เมื่อพูดถึงนักเตะที่เป็นที่จดจำ คงไม่มีใครลืม อลัน สมิธ และ แฮร์รี่ คีเวลล์

การกลับมาสู่ พรีเมียร์ลีก อีกครั้งของ ลีดส์ ยูไนเต็ด

เวลาผ่านยาวนานถึง 16 ปีที่ทั้งสองไม่ได้วนเวียนมาพบกันเป็นประจำทุกฤดูกาลเช่นในอดีต มีเพียงจังหวะเหมาะใน เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ เมื่อปี 2010 และ 2011 แต่ด้วยความต่างชั้น มันจึงไม่ใช่สงครามที่ดุเดือดอย่างวันเก่าๆ

ซึ่งตัวแทนแห่งยอร์คเชียร์คับคั่งด้วยแข้งชั้นนำ อย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์, แฮร์รี่ คีเวลล์, โจนาธาน วู้ดเกต หรือ อลันสมิธ พวกเขาเจอประสบการณ์การตกชั้นอันขมขื่นกับความพ่ายแพ้ 21 จาก 38 เกม เป็นอันดับ 19 ในฤดูกาล 2003/04 หลังจากรอดหวุดหวิดในซีซั่นก่อนหน้า

14 ฤดูกาลในลีกสูงสุด และแชมป์ ดิวิชั่น 1 รุ่นสุดท้ายในปี 1992 ไม่มากพอจะรักษาสภาพการเงินของสโมสรที่เป็นหนี้ถึง 100 ล้านปอนด์ (4,000 ล้านบาท) พวกเขาต้องถอยหลังกลับไปใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ

หลังจากทีมตกชั้น มาร์ค วิดูก้า ย้ายไป มิดเดิ้ลสโบรช์ เจมส์ มิลเนอร์ ย้ายไป นิวคาสเซิ่ล ตัวดังทั้งหลายแยกทาง นอกจากต้องใช้หนี้ สโมสรก็ไม่มีเงินจ่ายค่าเหนื่อยราคาสูง

ด้วยภาระหนี้สินล้นตัว นักเตะชื่อดังโดนขายออกไปเพื่อกลบหนี้ ชุดผู้เล่นเปลี่ยนหน้าเมื่อเกมแรกของฤดูกาลเริ่มต้น แต่พวกเขาในฐานะนักรบไม่ยอมลดศักดิ์ศรี ไม่อยากอยู่ในลีกรองนานจนเกินไป ถึงอย่างนั้นความมุ่งมั่นที่มีคงยังไม่มากพอ จึงจบลงด้วยอันดับ 14 อย่างน่าผิดหวัง เอ็ดดี้ เกรย์ ผู้จัดการทีมโดนไล่ออก เควิน แบล็คเวลล์ เข้ามาแทนพร้อมกับความห้าวหาญที่จะพาทีมกลับสู่ พรีเมียร์ลีก

แม้ไม่ดีถึงขั้นแชมป์ ไม่ได้รองแชมป์ที่จะเลื่อนชั้นอัตโนมัติ แต่พวกเขามีหวังใน เพลย์ออฟ รอบรองชนะเลิศเอาชนะ เปรสตัน นอร์ธเอนด์ ที่จบด้วยอันดับ 4 ในฤดูกาลปกติ สูงกว่ากันอยู่ 1 ขั้น เข้าชิงที่ มิลเลเนี่ยม สเตเดี้ยม ใน คาร์ดิฟฟ์ ด้วยความหวัง แต่พ่ายแพ้ให้ วัตฟอร์ด อย่างเจ็บช้ำถึง 3-0 และใครจะไปเชื่อว่านั่นคือโอกาสที่ดีที่สุดที่จะขึ้นสู่ลีกสูงสุดในรอบทศวรรษต่อจากนั้น

ลีดส์ ฝันสลายเมื่อต้องทนดูความพ่ายแพ้ย่อยยับและการฉลองเลื่อนชั้นของ วัตฟอร์ด แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า อนาคตที่เจ็บปวดมากกว่านั้นรอคอยพวกเขาอยู่

เมื่อมีลุ้นเลื่อนชั้น ฤดูกาลต่อไปก็น่าจะยังมีลุ้น เพิ่งตกลงมาแค่ 2 ปีความกระหายของพวกเขายังชัดเจน แต่ฤดูกาล 2006/07 เริ่มต้นด้วย 7 คะแนนจาก 8 เกมแรก แบล็คเวลล์ จากไปทั้งให้รักษาการพยุงทีมก่อนที่ เดนนิส ไวส์ จะเข้ามาในเดือนตุลาคม ต่อสู้ด้วยการหาตัวยืมตัวฟรีเพื่อกอบกู้ทีมจนกระเตื้องขึ้น

แต่เมื่อนัดตัดสินชะตาเกมรองสุดท้ายมาถึง พวกเขาก็ทำได้แค่เสมอ อิปสวิช 1-1 และพ่ายแพ้ ดาร์บี้ แบบหมดกำลังใจในเกมสุดท้าย ตกชั้นอย่างแน่นอน แต่นั่นยังไม่พอ พวกเขาโดนหักอีก 10 คะแนน เนื่องจากปัญหาด้านการเงิน เป็นการร่วงหล่นแบบกราวรูด ลงไป ลีก วัน และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ที่อยู่ใน ดิวิชั่น 3

10 คะแนนที่หายไปในซีซั่นก่อนยังน้อย ลีดส์ เริ่มต้นใน ลีก วัน ด้วยการติดลบ 15 คะแนนเพราะไม่สามารถจัดการปัญหาการบริหารทีมได้ แต่ด้วยความหยิ่งในศักดิ์ศรี พวกเขาชนะรวด 7 เกมแรก และต่อสู้จนจบลงที่อันดับ 5 ได้ไป เพลย์ออฟ แถมยังตัดเชือกเอาชนะ คาร์ไลส์ แต่แพ้แบบฉิวเฉียดให้ ดอนคาสเตอร์ 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ ต้องจมอยู่ใน ลีก วัน ต่อไป

นอกจากความย่อยยับทางการเงิน สภาพนักเตะก็ไม่ต่างกัน 2006/07 เป็นฤดูกาลที่แฟนๆ ลงความเห็นว่าอัปยศที่สุดเท่าที่เคยมี แพ้ถึง 26 เกมตลอดทั้งฤดูกาล

ทุกฤดูกาลใน ลีก วัน พวกเขาพยายามดิ้นรนเพื่อจะเลื่อนชั้นกลับขึ้นไปให้ได้ ปี 2009 ความฝันของพวกเขาถูกทำลายอย่างรวดเร็วเพียงรอบรองชนะเลิศ ด้วยความพ่ายแพ้ต่อ มิลวอลล์ แต่ครั้ง 3 มักจะมหัศจรรย์กว่ารั้งไหน และเป็นฤดูกาลที่พวกเขาต่อสู้สุดขีด

เมื่อเข้าปี 2010 พวกเขามีโอกาสพิสูจน์ตัวเองในสงครามกุหลาบ เอฟเอ คัพ รอบสามกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปากกาเซียนหักเป็นสองท่อนทุกสำนัก เมื่อเป็นฝ่ายกำชัย และรอบถัดไปยังยื้อกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ จนได้ รีเพลย์ นั่นคือประกายแห่งความฮึกเหิม และเพื่อไม่ให้พลาดการเลื่อนชั้น พวกเขาจึงไม่ต้องการเพลย์ออฟ จบเป็นอันดับ 2 เลื่อนชั้นแบบอัตโนมัติ

ไซม่อน เกรย์สัน ทำทีมเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน หลังจากพาทีมเลื่อนชั้น เป้าหมายของพวกเขาคือจบเป็นท็อป 6 และรักษาความสม่ำเสมอมาตลอดจนเข้าสู่เดือนเมษายน เมื่อเล่นผิดฟอร์มไปนิดเดียว พวกเขาก็กลายเป็นที่ 7 ด้วยการมีแต้มน้อยกว่า น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เพียง 3 คะแนน พลาดการเพลย์ออฟไปอย่างน่าเสียดาย

การทำงานของ วอร์น็อค ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง ทีมงานห่วย ซื้อขายห่วย นักเตะไม่มีคุณภาพ เสียแข้งชั้นดีได้คนที่มีคุณภาพด้อยเข้ามา และเพียง 4 ปีต่อจากนั้น ก็ไม่มีนักเตะที่เคยเล่นให้ วอร์น็อค เหลืออยู่อีกเลย

เช่นเคย ความพยายามของพวกเขาไม่ลดน้อยลง แต่ด้วยผลงานที่ไม่สวยหรู เกรย์สัน โดนไล่ออก นีล วอร์น็อค เข้ามาแทนตำแหน่ง และจบฤดูกาลที่อันดับ 14 พร้อมกับการขายหุ้นส่วนมากของ เคน เบตส์ ลดจำนวนการถือหุ้นลง และให้กลุ่มทุนธนาคารอิสลามเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

แต่การมีเจ้าของใหม่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย วอร์น็อค อยู่ที่ เอลแลน โร้ด ไม่ถึงปีและโดนแทนที่โดย ไบรอัน แม็คเดอร์ม็อตต์ ฤดูกาลจบลงอย่างน่าเศร้าในอันดับ 13 และสุดท้าย ลีดส์ ยูไนเต็ด กลับมาเล่น พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง

บทความแนะนำ

คนเข้าชม 29 total views