7m ผลประกอบการ 6 ทีมบอล ชื่อดัง ในตลาดหน้าหนาว

7m ตลาดซื้อขายฤดูหนาว ทีมบอล ในอังกฤษและบางลีกบางประเทศในแถบยุโรปปิดลงพร้อมกันเมื่อคืนที่ 31 มกราคม 2020 เป็นวันศุกร์สิ้นเดือนที่ทั้งสนุกสนานและทรมานผู้คนในวงการฟุตบอลไม่เว้นแฟนๆ ที่ติดตามอย่างใกล้ชิดว่าสโมสรที่รักจะได้ใครมาเพิ่มเติม เพื่อพอให้เห็นเค้าลางว่า 1 ใน 3 ของฤดูกาลที่เหลือพวกเขาจะมีโอกาสกลับตัว หรือเปลี่ยนแปลงอะไรเพื่อไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้

มีข่าวลือว่า ท็อตแน่ม พยายามทาบทามแข้งรายนี้เช่นกันเพื่อทดแทนประตูที่หายไปเพราะ เคน บาดเจ็บ แต่ไม่สำเร็จเพราะโดน แมนฯ ยูไนเต็ด ชิงตัวไปเรียบร้อย

ทีมท็อป 6 เป็นที่จับตาอยู่เสมอ ยิ่งในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ทุกคนต่างก็เฝ้ารอดูว่าพวกเขาจะแก้ไขอย่างไร ส่วนทีมที่ดีอยู่แล้วพวกเขามีแผนจะรักษาตัวอย่างไร

สรุปผล ซื้อขายนักเตะ 6 สโมสรฟุตบอล ชื่อดังทีมไหนได้ใครเสริมทัพ

อาร์เซน่อล

แม้เปลี่ยนผู้จัดการทีมคนใหม่ แต่พวกเขายังคงคอนเซ็ปต์ถูกและดี ด้วยการยืมตัว เซดริก โซอาเรส มาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน และ ปาโบล มารี จาก ฟลาเมงโก้ ยืมตัวพร้อมออปชั่นซื้อขาด การมีกองหลังคนใหม่ถึง 2 รายเป็นการเกาถูกที่คันตามความเห็นของแฟนๆ ที่ไม่ค่อยปลื้มกับแนวรับชุดนี้ แม้เกมล่าสุด ชโคดราน มุสตาฟี่ จะทำผลงานได้ค่อนข้างดี แต่ก็ดันมาบาดเจ็บ

โซอาเรส อยู่กับ เซาธ์แฮมป์ตัน มาตั้งแต่ปี 2015 ลงสนามมากกว่า 100 นัด ด้วยวัย 28 ปีมีครบทั้งประสบการณ์และวัยวุฒิ

เช่นเดียวกับ คาลั่ม แชมเบอร์ส, เซอัด โคลาซินัช, คีแรน เธียร์นี่ ขณะที่ ร็อบ โฮลดิ้ง และ เอ็คตอร์ เบเยริน เพิ่งหายกลับมา สภาพความฟิตอาจยังไม่สมบูรณ์

ปาโบล มารี เป็นนักเตะที่ อาร์เตต้า หมายตามาตั้งแต่เป็นมือขวาของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยวัย 26 ปี ว่ากันว่าเขาสามารถชิงตำแหน่งกับ เบเยริน ได้เลย อาจยังขาดแค่ประสบการณ์ในอังกฤษเล็กน้อย และ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ โดนเรียกกลับมาจากช่วงยืมตัวที่ ลีดส์ ยูไนเต็ด น่าจะเป็นการเรียกเพื่อขอกลัมาพิจารณาอะไรบางอย่าง เพราะนี่คือนักเตะที่น่าสนใจอีกราย จะปล่อยให้คนอื่นเอาไปใช้ทำไม


เชลซี

ในฐานะที่เป็นทีมร่ำรวย มีข่าวเกี่ยวกับพวกเขามากมายตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นมา ทั้ง เอดินสัน คาวานี่, ดรีส เมอร์เท่นส์ แต่ก็ไม่มีใครย้ายเข้ามา อาจเป็นเพราะราคาและเพดานค่าเหนื่อยที่อาจทำงายสปิริตของทีม ดังนั้นเมื่อไม่มีคนใหม่ คนเก่าอย่าง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ก็ต้องอยู่ต่อไปจนจบฤดูกาล ด้วยความหวังว่าจะได้โชว์ของเพราะ แทมมี่ อับราฮัม มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย และหวังว่าเวลาในสนามจะมากพอให้เขาติดทีมชาติฝรั่งเศสไป ยูโร 2020

มีข่าวลือว่า เชลซี เกือบได้ตัว ดรีส เมอร์เท่นส์ ในราคา 15 ล้านปอนด์ (600 ล้านบาท) แต่โดน นาโปลี ปฏิเสธในวินาทีสุดท้าย ทำให้ไม่มีนักเตะรายใหม่เข้ามา

แดนนี่ ดริ้งค์วอเทอร์ ย้ายอีกครั้งสู่ แอสตัน วิลล่า แบบยืมตัว หลังากช่วงเวลาที่ เบิร์นลี่ย์ ไม่เป็นใจ ได้ลงเล่นเพียง 2 เกมและเกิดเหตุวิวาทที่ไนต์คลับ ก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ถ้าเขาจะย้ายออกไปอย่างถาวรเมื่อฤดูร้อนมาถึง จนตอนนี้ก็ยังไม่มีใครเข้าใจว่า เชลซี ซื้อเข้ามาทำไม

นักเตะย้ายออกที่สร้างความโกรธเคืองให้แฟนๆ ก็คือ ทาริค แลมพ์ตี้ แบ็คดาวรุ่งวัยเพียง 19 ปีซึ่งลงมาโชว์ฟอร์มน่าประทับใจ จนได้รับคำชมว่าเป็นแข้งแห่งอนาคต แต่ก็โดนขายไป ไบรตัน โดยไม่เปิดเผยรายละเอียด


ลิเวอร์พูล

ฮาร์ดี้ วัย 21 ปีย้ายเข้ามาในทีมสำรอง แทนที่ ไรอัน บริวสเตอร์ แต่จะมีโอกาสในทีมชุดใหญ่หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม

เน้นคุณภาพไม่เน้นปริมาณ นี่คือคำที่เหมาะสมกับว่าที่แชมป์ พรีเมียร์ลีก พวกเขาไม่ต้องการปริมาณมากมายเพราะสามารถผลักดันทีมเยาวชนขึ้นมาลงเล่นเกมนั้นเกมนี้เป็นการหาประสบการณ์ ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร เตรียมทีมเผื่ออนาคต ดังนั้นพวกเขาจึงซื้อหานักเตะอายุน้อยเพื่อมาพัฒนาต่อ ทั้งทาคุมิ มินามิโนะ และ โจ ฮาร์ดี้ ดาวยิงวัย 21 ปีจากทีมสำรองของ เบรนท์ฟอร์ด ที่มีสถิติซัด 40 ประตูจาก 80 เกม

ทีมชุดใหญ่ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ค่อนข้างสมบูรณ์อยู่แล้ว สำรองก็ไม่ขี้เหร่เท่าไร หนาแน่นไปหมดทุกตำแหน่ง สมดุลค่อนข้างดี เป็นโจทย์ยากสำหรับทุกคนที่จะต้องคิดว่าควรซื้ออะไรสำหรับทีมที่ยังไม่แพ้เกมใน พรีเมียร์ลีก สักเกม นอกจากซื้อเพื่ออนาคต กระทั่งดาวรุ่งแห่งอนาคตอย่าง ไรอัน บริวสเตอร์ ยังต้องโดนส่งไปยืมตัวที่ สวอนซี


แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ลาปอร์ เพิ่งกลับมาลงสนามในเกมเยือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เต็มเวลา 90 นาที เป็นที่คาดเดากันว่าสถานการณ์บังคับให้เขาต้องลงสนามอย่างต่อเนื่องแบบเล่นไปเรียกฟิตไป

ปัญหาในเกมรับของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และลูกทีมยังเป็นที่พูดถึงอยู่เสมอ พวกเขาทำแต้มหล่นเพราะเกมรับไม่แน่นอน เรียกว่าอาจเสียแชมป์ได้เลยเพียงแค่ อายเมริค ลาปอร์ มีอาการบาดเจ็บ แต่เขาก็กลับมาแล้ว ซึ่งไม่รู้ว่าจะทันป้องกันแชมป์หรือไม่ แต่ แมนฯ ซิตี้ ก็ไม่ตื่นตระหนก และ เป๊ป รักษาคำมั่นด้วยการไม่ซื้อใครมาเพิ่ม แม้ขาดแนวรับทั้งคุณภาพและปริมาณ ซึ่งถือว่าเสี่ยงมากสำหรับทีมที่ยังมีลุ้นทุกรายการ

กุนซือชาวสเปนไม่ใช่หนึ่งในแฟนคลับของการซื้อขายช่วงกลางซีซั่น มันก็คงเป็นการดีกว่าถ้าจะเกฐเงินเอาไว้จ่ายหนักในช่วงฤดูร้อนแบบพรึ่บเดียวเปลี่ยนหน้ากลับมาลุ้นแชมป์ในซีซั่นถัดไป


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ในที่สุด เอ็ด วู้ดวาร์ด ก็ยอมควักเงินจ่ายค่าตัว บรูโน่ เฟอร์นันเดส ซื้อสถิติยิง 15 จ่าย 14 ใน 28 เกมกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ฤดูกาลนี้

การมาของ บรูโน่ เฟอร์นันเดส อาจไม่ทำให้ทีมเปลี่ยนโฉมไปทันที เพราะยังไม่มีใครรู้แน่ว่านักเตะใหม่จะเข้ากับทีมหรือจะปรับตัวกับการเล่นในอังกฤษได้ดีแค่ไหน แต่อย่างน้อยก็สร้างกระแสใหม่ๆ บรรยากาศใหม่ๆ ได้ เรียกว่าได้กลิ่นของทีมที่อยากจะไป แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้าขึ้นมาอีกนิด ระหว่างที่ ปอล ป็อกบา และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ บาดเจ็บ ด้วยความหวังแข้งรายใหม่จะช่วยปั้นเกม เข้าขากับ เฟร็ด หรือไม่ก็ทดแทนกันไปเลย

และมีเซอร์ไพรส์ปิดตลาด โอเดี้ยน อิกฮาโล ในตำแหน่งกองหน้า เพราะเสียงวิจารณ์หนาแน่นเรื่องยิงประตูน้อย หน้าไม่คม ไม่มีคนอื่นนอกจาก อองโตนี่ มาร์กซิยาล หรอกหรือ ก็จัดให้แบบยืมตัว แต่ด้วยค่าจ้างแพงหูดับ เจรจาด่าจ่ายแค่ 1 ใน 3 ก็แล้วกัน

แอชลี่ย์ ยัง ย้ายออกไป สโมสรฟุตบอล อินเตอร์ ตามเสียงวิจารณ์ที่ว่าหมดสภาพ อายุมากเกินไป หรืออะไรก็ตาม และ มาร์กอส โรโฮ ที่อยู่นิ่งๆ มานานก็ย้ายออกแบบยืมตัว ข่าวดีก็คือ อเล็กซิส ซานเชซ คงได้กลับมาในซีซั่นหน้า เหมือนว่า อินเตอร์ จะไม่เก็บเอาไว้


ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

ซื้อ โล เซลโซ 27 ล้านปอนด์ (1,080 ล้านบาท) ขาย อีริคเซ่น 17.5 ล้านปอนด์ (700 ล้านบาท) ไม่ได้กำไร แต่ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

การก่อร่างสร้างทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เริ่มต้นขึ้นแล้ว ด้วยการซื้อขาด โจวานนี่ โล เซลโซ จาก เรอัล เบติส เพื่อเติมเต็มช่องว่างของ คริสเตียน อีริคเซ่น ที่ย้ายไป อินเตอร์ มิลาน แบบเสียไม่ได้ และปล่อยตัว แดนนี่ โรส ไป นิวคาสเซิ่ล หลังจากข่าวลือว่าเขาถกเถียงกับ มูรินโญ่ อย่างหนัก

อาการบาดเจ็บของ แฮร์รี่ เคน ถือเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ที่กุนซือชาวโปรตุเกสยอมรับว่า ถ้ามีกองหน้ามาเพิ่มได้ก็ดี แต่จนแล้วจนรอดก็ได้มาเพียงมิดฟิลด์ตัวรุก เจดสัน เฟอร์นันเดส กับสัญญายืมตัว 18 เดือน และ สตีเว่น เบิร์กไวจ์ ปีกจาก พีเอสวี ที่ไม่เปิดเผยค่าตัว ซึ่งทั้งคู่อายุน้อยมาก และอาจไม่ได้มาเพื่อแก้ปัญหาในเกมนี้ เกมหน้าทันที แต่เป็นการซื้อเพื่ออนาคต ถึงอย่างนั้นก็เป็นสัญญาณว่าเขากำลังจะเริ่มโครงการใหม่ ส่วนที่เหลือในฤดูกาลนี้ก็ต่อสู้กันไป

ตลอดเดือนมกราคม 2020 การเสริมทัพไม่ถึงกับเงียบเหงา แม้ทีมใหญ่ 2 ทีมนิ่งสนิทไม่ซื้อเพิ่ม แต่ทีมขนาดกลางและเล็กต่างก็ดิ้นรนต่อสู้ เมื่อบวกรวมเงินที่ใช้จ่าย 223ล้านปอนด์ (8,920 ล้านบาท) จาก 20 สโมสรในระดับ พรีเมียร์ลีก มากเป็น 2 เท่าของช่วงเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว


การซื้ออาจไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จของ สโมสรฟุตบอล แค่เป็นการบอกใบ้ถึงความทะเยอทะยานที่จะแข่งขันผลสุดท้าย ตารางคะแนนเท่านั้นที่ไม่เคยโกหก ติดตามการอัพเดท ข่าวบอล พรีเมียร์ลีก ข่าวนักเตะ ตลาดซื้อขายนักเตะ รวมถึงการอัพเดทข้อมูล บทความฟุตบอล สถิติบอล ที่น่าสนใจติดตามได้ทาง : เว็บไซต์ Maxbet

คนเข้าชม 245 total views