ผลบอลพร้อมราคา ดรีมทีม ทีมชาติอังกฤษ และเหล่านักเตะพันล้านปอนด์

หัวข้อแนะนำ

ผลบอลพร้อมราคา หลังจากเปิดโผนักเตะค่าตัวแพงระดับโลกกันไปแล้ว อาจมีบางอย่างที่น่าสงสัย ทำไมนักเตะ ทีมชาติอังกฤษ ถึงมีมูลค่าสูง อย่างแรกก็ต้องยอมรับว่า พรีเมียร์ลีก มีการแข่งขันสูง และจะเห็นได้ว่านักเตะสัญชาติอังกฤษ แทบไม่กระเด็นออกนอกประเทศ มีทีมที่ร่ำรวยระดับโลกอยู่ที่แดนผู้ดีหลายทีม เงินหมุนเวียนในระบบสูง

คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ นักเตะมูลค่าสูงที่สุดในโลกจากการจัดอันดับโดยสถาบัน CIES แต่เนื่องจากไม่ได้ถือสัญชาติอังกฤษ เขาจึงไม่เข้าข่ายดรีมทีมชุดนี้

ที่น่าสนใจอีกอย่างในไม่กี่ปีที่ผ่านมาคือทีมชาติอังกฤษกำลังเริ่มแสดงตัวว่าพวกเขาจะเป็นมหาอำนาจโลกลูกหนัง ไม่ใช่แค่หมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อม และแชมป์กลุ่มรอบคัดเลือกเพียงอย่างเดียวจากการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2018

แล้วจะเป็นอย่างไรถ้าคัดเลือกเอานักเตะที่ทั้งอายุไม่มาก และมีมูลค่าสูงมาจัดเป็นทีม ทีมชุดนี้จะน่ากลัว น่าสนใจ หรือไม่มีความหมาย ในทางตัวเลข ทุกคนนับรวมกันได้เกิน 1,000 ล้านปอนด์ (40,000 ล้านบาท) แต่เรื่องฝีเท้านั้น อาจต้องลองค้นหาคำตอบดู


ดรีมทีม ทีมชาติอังกฤษ ที่หลายๆคนใฝ่ฝัน

ดีน เฮนเดอร์สัน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด / แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 50 ล้านปอนด์ (2,000 ล้านบาท)

เฮนเดอร์สัน มีค่าตัวน้อยที่สุดในทีมชุดนี้ ไม่ใช่เพราะประสิทธิภาพต่ำ แต่เป็นปกติที่ผู้รักษาประตูจะมีมูลค่าไม่มากเท่ากับนักเตะเอาท์ฟิลด์ เปรียบเทียบง่ายๆ อย่าง เคป้า อาร์ริซาบาลาก้า มือกาวที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก 71.6 ล้านยูโร (2,864) ยังมีค่าตัวประมาณ 1 ใน 3 ของ เนย์มาร์ ที่ 200 ล้านปอนด์ (8,000 ล้านบาท) เท่านั้น และนี่ยังไม่ใช่ราคาที่แท้จริง แต่เป็นที่คาดกันว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งค่าหัวของนายผู้นี้เอาไว้เท่านี้

เป็นไปได้ว่า เฮนเดอร์สัน อาจอยู่กับ เชฟฯ ยูฯ อีกสักฤดูกาลเพื่อฝึกวิชา ก่อนจะโดนเรียกตัวกลับมาแทนที่ของ ดาบิด เด เคอา ที่จะหมดสัญญาและจากไป พร้อมกับความเป็นไปได้ที่จะเฉิดฉายในทีมชาติอังกฤษ


เบน ชิลเวลล์ เลสเตอร์ 85 ล้านปอนด์ (3,400 ล้านบาท)

นี่คือราคาที่เชื่อกันว่า เชลซี พร้อมจะจ่ายให้กับ เลสเตอร์ ในฐานะแบ็คซ้ายอนาคตสดใสวัยเพียง 23 ปี ที่เป็นส่วนหนึ่งของการพาทีมขึ้นมารั้งอันดับ 3 ในตาราง และจะได้เล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า ยิงประตูได้ จ่ายดี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เมียงมองว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ มีทีมที่ให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย

เป็นไปได้ว่า ความแน่นอนที่จะได้เล่นถ้วยใหญ่ของยุโรป และการเป็นคนโปรดของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส อาจทำให้เขาไม่รู้สึกอยากย้าย เพราะหากรั้งตัวจริงในสโมสร การแย่งชิงตำแหน่งในทีมชาติอังกฤษก็อาจจะดูดีขึ้นบ้าง ตามนโยบายของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ที่จะเรียกตัวนักเตะที่เป็นตัวจริงในสโมสรเท่านั้น

แฮร์รี่ แม็คไกวร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 52 ล้านปอนด์ (2,080 ล้านบาท)

เจ้าของปราการหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก แต่จากการจัดอันดับของสถาบัน CIES ค่าตัวของ แม็คไกวร์ ต่ำกว่าที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จ่ายให้กับ เลสเตอร์ ส่วนหนึ่งเพราะผลงานโดยรวมของทีมไม่สู้ดีนัก ทั้งที่เป็นกัปตันทีม แฟนๆ ให้ความชื่นชมว่าเหมาะสมกับปลอกแขนทั้งที่เพิ่งย้ายมาไม่นาน มีความเป็นผู้นำสูง และรั้งตำแหน่งตัวเลือกแรกในทีมชาติอังกฤษ

แม็คไกวร์ อายุมากที่สุดนดรีมทีมชุดนี้ 27 ปีเป็นช่วงพีคของอาชีพ และในฐานะกองหลัง เขายังมีช่วงเวลาที่ดีได้อีกหลายปี เพราะจะเห็นได้ว่าปราการหลังส่วนมากยิ่งแก่ยิ่งเก๋า มีสายตาเฉียบคมในการอ่านเกมกว่าเมื่อครั้งยังหนุ่ม และเป็นสมบัติชั้นเลิศของทั้งสโมสรและทีมชาติ


เด็คแลน ไรซ์ เวสต์แฮม 57 ล้านปอนด์ (2,280 ล้านบาท)

ด้วยวัยเพียง 21 ปี เราอาจเห็นเขาฟอร์มดีบ้างตกบ้าง และอาจต้องให้เวลากว่าที่เขาจะเข้าสู่ช่วงพีคของอาชีพนักเตะ แต่ถึงอย่างนั้น นี่คือทีมในฝันด้านมูลค่า การใช้งานที่เหลืออีกกว่า 10 ปีจึงทำให้เขามาอยู่ตรงนี้ ขณะที่แฟนๆ เวสต์แฮมก็คงยอมรับว่า เขาเป็นแกนหลักที่ทีมจะขาดไปไม่ได้

เขามีข่าวลือกับทีมยักษ์ใหญ่เป็นประจำเมื่อฤดูร้อนมาถึง และร่ำลือกันว่า ไม่ว่าใครจะประเมินราคาเขาไว้เท่าไร แต่ต้นสังกัดไม่พร้อมจะขายเขาออกไป หากไม่ได้ราคามากกว่า 70 ล้านปอนด์ (2,800 ล้านบาท)


เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ลิเวอร์พูล 152 ล้านปอนด์ (6,080 ล้านบาท)

นี่คือตำแหน่งที่มีการแย่งชิงกันอย่างดุเดือด ทั้ง แอรอน วัน-บิสซาก้า, รีซ เจมส์, ไคล์ วอล์คเกอร์ และ คีแรน ทริปเปียร์ แต่ท่ามกลางชื่อเหล่านั้นเขาก็ไม่มีความกังวลใดๆ และเป็นหนึ่งในทีมชุดแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยวัยเพียง 21 ปี ด้วยอายุการใช้งานอีกยาวนานกับสถิติที่ก้าวหน้าและยังไม่ทันเล่นเกมลีกครบ 100 นัด ทำให้มูลค่าของเขามากมายเกินกว่าใครจะคาดคิด

สิ่งที่ต้องภาวนาก็คือ ขออย่าให้มีอาการบาดเจ็บหนักรบกวนอาชีพ นี่คือนักเตะระดับพรสวรรค์ที่ยากจะหาได้ ว่ากันว่าในแต่ละยุคจะมีผู้เล่นที่โดดเด่นแบบนี้เพียงหนึ่งเดียว ระดับสิบปีมีหน


เจมส์ แม็ดดิสัน เลสเตอร์ 58 ล้านปอนด์ (2,320 ล้านบาท)

อีกหนึ่งนักเตะที่มีข่าวลือรัวๆ ทุกช่วงฤดูร้อน ด้วยความสามารถหลากหลาย สามารถเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับได้ เล่นเกมรุกริมเส้นซ้ายดี อายุยังน้อย เพียง 23 ปี ดังนั้นอย่าแปลกใจถ้าทีมยักษ์ใหญ่จะพร้อมใจกันล่าตัว แม็ดดิสัน และเช่นเดียวกับ ชิลเวลล์ หากซีซั่นหน้าไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ไม่มีเหตุผลให้ย้ายไปไหน ยิ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มี บรูโน่ เฟอร์นันเดส อยู่แล้วด้วย

ผลงานในซีซั่นนี้ของ แม็ดดิสัน ถือว่าพุ่งแรง ยิงไปแล้ว 9 ประตูเป็นรองดาวซัลโวของทีม ตามหลังเพียงแค่ เจมี่ วาร์ดี้ เท่านั้น และแม้เพิ่งติดทีมชาติอังกฤษแค่นัดเดียว แต่เชื่อได้เลยว่าอนาคตของเขากับทีมยังมีอีกยาวไกล


เดเล่ อัลลี ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 69 ล้านปอนด์ (2,760 ล้านบาท)

โด่งดังตั้งแต่อายุยังน้อย คงไม่เชื่อถ้าจะบอกว่า อัลลี เพิ่งอายุเพียง 24 ปีเท่านั้น ซีซั่นนี้ลงเล่น 22 จาก 29 เกม ยิง 8 จ่าย 4 และรู้ดีว่าการแข่งขันสูงภายในทีมที่มีนั้นเป็นอย่างไร และคงต้องแย่งชิงตำแหน่งในทีมชาติอังกฤษที่มีให้เลือกมากมาย ปัญหาของ เซาธ์เกตจึงมากกว่าแค่เลือกคนที่ใช่ แต่เลือกคนที่จะเล่นได้เข้าขากันอีกด้วย

แม้กุนซือ “สิงโตคำราม” บอกอยู่เสมอว่า อัลลี จะมีอนาคตในทีมชุดนี้ แต่ไม่รู้ว่าในตำแหน่งไหน ตัวจริงหรือสำรอง เมื่อศึก ยูโร เลื่อนออกไปอีกปี ถึงตอนนั้นอะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงได้


เมสัน เมาท์ เชลซี 91 ล้านปอนด์ (3,640 ล้านบาท)

เขาโดนวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงในราคานี้ หลังจากเพิ่งกระเทาะเปลือกไข่ลงมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก เต็มตัวซีซั่นแรก แต่มีมูลค่าเป็นอันดับ 19 ของโลกเหนือ ลิโอเนล เมสซี่ ทั้งที่ฤดูกาลก่อนยังอยู่แค่ใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ กับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เท่านั้น

แต่เพราะโอกาสที่ดีกว่ากับการอยู่ใต้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่รู้ว่าควรใช้งานแข้งคนโปรดอย่างไร ทำให้ฟอร์มของ เมาท์ โดดเด้งขึ้นมา การติดทีมชาติแล้ว 6 นัดด้วยวัยเพียง 21 ปี นำหน้า แม็ดดิสัน ก็ไม่พ้นคำวิจารณ์เพิ่มเติมว่าเพราะอยู่ในทีมใหญ่กว่า แน่นอนว่าเขาต้องพิสูจน์ตัวเองอีกมากว่าเป็นคนที่เหมาะสม


ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 173 ล้านปอนด์ (6,920 ล้านบาท)

แข้งมูลค่าสูงสุดอันดับ 2 ของโลกเป็นรองเพียง คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ เท่านั้น สเตอร์ลิ่ง พิสูจน์ตัวเองมาแล้วมากมายทั้งกับสโมสรและทีมชาติ ลงเล่น พรีเมียร์ลีก ไปแล้วกว่า 250 เกม แม้เพิ่งอายุเพียง 25 ปี ฤดูกาลนี้ยิงได้ 11 ประตู ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่แข้งแกนหลักที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะขาดไปไม่ได้

เขาโด่งดังตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ก็มีรุ่นน้องในทีมชาติที่อายุน้อยกว่ารุมกันชื่นชม และเป็นไปได้ว่า การเข้าสู่เกียรติยศ 100 นัดกับทีมชาติอังกฤษจะไม่ไกลเกินเอื้อม เพราะตอนนี้ก็ซัดไป 56 นัดแล้ว


มาร์คัส แรชฟอร์ด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 136 ล้านปอนด์ (5,440 ล้านบาท)

อย่าตกใจที่ตำแหน่งนี้เป็นของ แรชฟอร์ด อย่างที่บอกไว้แต่แรกว่าจุดประสงค์ของการจัดทีมคือมุ่งเน้นเรื่องมูลค่า และอายุ แม้มี แม็คไกวร์ ที่อายุมากกว่า แฮร์รี่ เคน อยู่ด้วย แต่นั่นก็เป็นอีกเรื่อง และอาการบาดเจ็บที่กำลังเผชิญ เทียบกับพัฒนาการที่ดีวันดีคืนจึงต้องตัดใจมอบที่ตรงนี้ให้ดาวยิงจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปก่อน

3 ฤดูกาลที่ผ่านมา การยิงประตูของ แรชฟอร์ด เพิ่มขึ้น จาก 11 เป็น 13 และ 19 ในซีซั่นนี้รวมทุกรายการ เป็นอีกคนที่ต้องเรียกว่า เป็นที่รู้จักเมื่ออายุยังน้อยและยังพัฒนาได้อีก แต่ก็ต้องพิสูจน์ตัวเองในระหว่างความยากลำบากของต้นสังกัดด้วยเช่นกัน


จาดอน ซานโช โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 159 ล้านปอนด์ (6,360 ล้านบาท)

แข้งมูลค่าสูงสุดอันดับ 2 ของโลก ไล่ตาม สเตอร์ลิ่ง มาไม่ห่าง ได้รับการจับตาอย่างมาก ยิ่งมาเข้าคู่กับ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็ยิ่งจัดจ้านจนกลายเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามากที่สุดคนหนึ่งใน บุนเดสลีกา และแม้ตีมูลค่าไว้สูงแล้ว แต่เป็นไปได้ว่าหาก ซานโช เลือกย้ายทีมภายในไม่นานนี้เขาจะมีราคามากกว่าที่ประเมิน

ยิง 17 ประตูจาก 28 เกมอาจฟังดูไม่น่าตื่นเต้น แต่ถ้าบอกว่าจ่ายอีก 16 ครั้ง ทำให้เขามีส่วนร่วมกับประตูไม่น้อยหน้า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวซัลโวศึกฟุตบอลเยอรมัน ก็คงทำให้เขาดูน่าสนใจขึ้นมาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอนาคตที่สดใสรอเขาอยู่


หลุดโผ

หลังจากประกาศชื่อ 11 ตัวจริงย่อมมีคนไม่พอใจและอาจกังขากับบางตำแหน่งว่าทำไมถึงไม่ติดทีมชุดนี้ โดยเฉพาะกองหน้าตัวเป้าที่ยกให้เป็นหนึ่งในดาวยิงที่ดีที่สุดของโลกในตอนนี้ได้อย่าง แฮร์รี่ เคน กับมูลค่า 105 ล้านปอนด์ (4,020 ล้านบาท) เป็น 1 ใน 5 แข้งมูลค่าสูงที่สุดของอังกฤษ และอายุมากกว่า แรชฟอร์ด เพียง 4 ปี ยังไม่มากเกินไป อยู่ในช่วงพีคของอาชีพ แต่ก็แค่ไม่เข้ากับหัวข้อ

แทมมี่ อับราฮัม 55 ล้านปอนด์ (2,200 ล้านบาท) หากดูมูลค่านักเตะของโลก ดาวยิงจาก เชลซี ติดท็อป 100 อันดับแรก และมีมูลค่ามากกว่า ดีน เฮนเดอร์สัน และ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ผลงานก็ถือว่าน่าสนใจ เป็นแกนหลักที่ แลมพาร์ด แทบจะขาดไปไม่ได้ แต่การแข่งขันสูงในตำแหน่งแนวรุกทำให้เขาต้องหลุดโผไปหน้าตาเฉย ทั้งที่อายุยังไม่มาก


คงต้องย้ำอีกครั้งว่าดรีมทีมชุดนี้ไม่ใช่ทุกอย่าง และก็ไม่รู้ว่าจะเป็นจริงได้หรือไม่ เพราะสิ่งที่กุนซือจะเลือกหยิบไม่ได้อยู่ที่มูลค่าวัดเป็นตัวเงิน แต่เป็นผลงานและประโยชน์ใช้สอยในสนาม แถมองค์ประกอบยิบย่อยอีกมากมาย แต่ถ้าทั้งหมดนี้สามารถเล่นกันได้อย่างเข้าขา ทำดีเหมือนที่อยู่กับสโฒสร เราอาจได้เห็นทีมชาติอังกฤษที่พุ่งแรงและเป็นแข้งยุคทองใน ยูโร 2021 ที่เลื่อนไปเตะปีหน้า อาจถึงขั้นลุ้นแชมป์ก็พอได้

คนเข้าชม 241 total views