ทรรศนะบอลวันนี้ รวมเรื่องราว ฟุตบอลยุค 90 ที่หลายๆคนยังคิดถึง

ทรรศนะบอลวันนี้ สิ่งที่แฟนบอลทุกคนคิดถึงเชื่อว่าทุกคนต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันคือ ฟุตบอลยุค 90 เนื่องจากในเรื่องของความคลาสสิคหลายๆอย่าง ที่มีเรื่องราวให้น่าจดจำมากมาย ซึ่งเรื่องราวอะไรบ้างที่ทำให้แฟนบอลทุกคนยังคิดถึงมาอัพเดทเรื่องราวเหล่านี้กันได้เลย

ฟุตบอลยุค 90 ที่หลายๆคนยังคิดถึง

การยิงครึ่งสนามของ เบ็คแฮม

ไม่รู้ว่าแฟนๆ คนรักบอล รวมถึง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คิดถึงอะไรมากกว่ากัระหว่าง เดวิด เบ็คแฮม หรือลูกยิงครึ่งสนามในเกมกับ วิมเบิลดัน ประตูที่มีแต่เจ้าตัวยังบอกว่า “ตอนที่เท้าของผมเขี่ยบอลลูกนั้น ผมได้เปิดประตูให้กับชีวิตที่เหลือตัวเอง” ซึ่งอย่างที่เราเห็นกันว่ามันเป็นประตูจากแดนตัวเองที่เปลี่ยนชีวิตนักฟุตบอลคนหนึงไปตลอดกาล

เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 1996 แต่ก่อนหน้านั้นเขาเป็นส่วนสำคัญของทีมเยาวชนชุดแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ 1992 ร่วมกับ ไรอัน กิ๊กส์, พอล สโคลส์, นิคกี้ บัตต์, แกรี่ และ ฟิล เนวิลล์ แต่ถึงอย่างนั้นผู้เล่นอย่าง เบน ธอร์นลี่ย์ และ คีธ กิลเลสพี ยังมีอะไรหลายอย่างนำหน้า เป็นที่พูดถึงมากกว่า เบ็คแฮม เวลานั้นไม่มีใครเชื่ออย่างที่ บัตต์ พยายามบอกว่า เบ็คแฮม เป็นหนึ่งในคนที่จิตใจแข็งแกร่งมากที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เคยพบเจอในชีวิต

หลังจากคว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ เบ็คแฮม ใช้เวลาอีก 3 ปีกว่าจะได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ แย่งตำแหน่งปีกขวากับ ลี ชาร์ป ก่อนจะเริ่มครองพื้นที่มากขึ้น และใน แชริตี้ ชิลด์ ที่พบ นิวคาสเซิ่ล ก่อนเปิดฤดูกาลจริง 1 สัปดาห์ เบ็คแฮม ตอบแทนความไว้ใจของท่านเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่นานหลังจากนั้น เขายิงประตูครึ่งสนามที่ทำให้ท่านเซอร์วิ่งเฮ วินาทีนั้นทุกคนเชื่อแล้วว่า เขาแข็งแกร่งจริงๆ


กฎผู้เล่นต่างชาติ 3+2

ปี 1991 ยูฟ่า ออกกฎห้ามใช้ผู้เล่นต่างชาติเป็นจริงในสนามเกิน 3 ราย ส่วนที่เพิ่มมาอีก 2 คือผู้เล่นต่างชาติที่ต้องอยู่ในประเทศนั้นๆ นานเกิน 5 ปี ซึ่งหากกฎข้อนี้ยังอยู่ หลายทีมคงหัวหมุน แตกต่างจากทุกวันนี้ที่ผู้เล่นทั่วโลกมุ่งหน้าไปยุโรป และบางทีมใส่ชื่อตัวจริงทั้ง 11 รายเป็นชาวต่างชาติล้วนๆ

สำหรับอังกฤษที่สามารถเหมาว่านักเตะเวลส์ สกอตแลนด์ และ ไอร์แลนด์เหนืออยู่ในเครือจักรภพอาจมีปัญหาไม่มาก แต่แล้ว อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่พา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกเยือน คัมป์ นู ในปี 1994 ก็ต้องปวดหัวว่าจะจัดทีมให้ดีที่สุดได้อย่างไรโดยมีตัวต่างชาติเพียง 3 ราย เขาต้องเลือกระหว่าง ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล, รอย คีน, เดนนิส เออร์วิน และ อังเดร คันเชลสกี้ ซึ่ง ไอร์แลนด์ไม่อยู่ในเครือจักรภพ ที่สุดแล้ว แกรี่ วอลช์ ก็ได้ลงมาเฝ้าเสา และวันนั้นพวกเขาโดน บาร์เซโลน่า สอนบอลไป 4-0

กฎนั้นไม่ได้นำมาใช้แล้ว ปัจจุบัน แทนที่จะห้ามผู้เล่นต่างชาติ เป้าหมายก็คือมีนักเตะท้องถิ่น ั้งอังกฤษและเยอรมนีจึงต้องมีนักเตะโฮมโกรน อยู่ในทีมชุดใหญ่อย่างน้อย 8 ราย แต่ที่สเปนยังใช้กฎห้ามผู้เล่นต่างชาตินอกสหภาพยุโรป ให้มีได้เกมละไม่เกิน 3 ราย แต่สามารถอยู่ในทีมชุดใหญ่ได้ 5 ราย


คัพ วินเนอร์ส คัพ

รายการระดับยุโรปที่รวบรวมเอาแชมป์บอลถ้วยทั่วทวีปยุโรปมาดวลกัน ใครจะเป็นแชมป์น็อคเอาท์ตัวจริง ถือเป็นรายการที่น่าสนุกตื่นเต้น แม้มีศักดิ์ศรีเป็นรอง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่เมื่อก่อนนั้นนี่เป็นรายการที่ยิ่งใหญ่และน่าติดตามกว่า ยูฟ่า คัพ เพราะทุกทีมล้วนเชี่ยวชาญการเตะแบบเกมต่อเกม

แชมป์รายสุดท้ายในปี 1999 ก่อนยุบรวมกับ ยูฟ่า คัพ คือ ลาซิโอ ส่วนทีมที่ได้แชมป์มากที่สุดคือ บาร์เซโลน่า 4 สมัย เหตุผลที่มันน่าสนใจ ก็อย่างที่กล่าวไปว่า แชมป์ลีกไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ส่วนแชมป์บอลถ้วยตรงมาที่นี่ ศักดิ์ศรีรายการนี้จึงไม่เป็นรองใคร ไม่เหมือน ยูฟ่า คัพ ที่เอาอันดับรองๆ ของแต่ละประเทศมาเตะรวมกันราวกับเป็นถ้วยปลอบใจ

เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ถ้วยใบนี้โดนยุบรวมเพื่อให้ ยูฟ่า คัพ น่าสนใจมากขึ้น และรีแบรนด์เป็น ยูโรปา ลีก รายการสิ้นเปลืองพลังของบรรดาทีมใหญ่ที่ไปไม่ถึงฝัน ต้องหาอะไรสักอย่างติดมือ จนถึงกับต้องกระตุ้นแรงดึงดูดด้วยการให้แชมป์ได้ไป แชมเปี้ยนส์ ลีก


ผู้เล่น-ผู้จัดการทีม

นักเตะที่กำลังจะรีไทร์ อนาคตของเขาหากยังอยากผูกพันกับวงการฟุตบอลก็จะผันตัวไปเป็นโค้ช เป็นผู้จัดการทีม ดังนั้นทำไมไม่เริ่มหาประสบการณ์ตั้งแต่ปลายอาชีพ นั่นอาจเป็นที่มาของผู้เล่นควบตำแหน่งผู้จัดการทีม เราได้เห็น เคนนี่ ดัลกลิช ที่รับตำแหน่งนั้น แต่เขาลบข้อครหาด้วยการส่งตัวเองลงเล่นแค่นัดเดียว และให้สมาธิกับการทำทีมมากกว่า แต่ก็มีหลายคนที่เลือกตัวเองเป็นตัวจริงบ่อยๆ ซึ่งมันก็ไม่ผิดกติกา

แว็งซ็องต์ ก็อมปานี และ อันเดอร์เลชท์ กับตำแหน่งที่รับไว้เมื่อปี 2019 เป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยได้เจอในยุคนี้ กาลเวลาเปลี่ยนแปลง เราต่างรู้ดีว่าเมื่อสิ้นสุดอาชีพนักเตะ ทางเลือกในธุรกิจฟุตบอลมีมากมายและกว้างขวางขึ้น ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่ผู้จัดการทีม และนักเตะที่มีพรสวรรค์อาจไม่ใช่กุนซือที่ดีเสมอไป ตรงกันข้าม พวกเขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมลูกทีมถึงเล่นห่วย เพราะเขามีแต่ภาพของตัวเองที่ทำอะไรก็ดี ได้ดังใจ ควบคุมลูกฟุตบอลติดเท้า ทุกอย่างง่ายดาย

อย่างที่รู้กัน หากพยายามจะทำอะไรสักอย่าง แบบนั้นเราก็ให้ความสำคัญกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ดีกว่าหรือ อาชีพนักเตะแสนสั้น ลงเล่นให้เต็มที่เมื่อยังมีโอกาส และค่อยๆ เก็บประสบการณ์ก่อนก้าวขึนมาเป็นผู้จัดการทีมอย่างเต็มภาคภูมิ ทำอะไร ทำให้ชัดเจน


เรเน่ ฮิกีต้า

อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติโคลอมเบียกับความผิดพลาดที่ใหญ่เท่าบ้าน เมื่อพยายามออกไปตัดบอลจาก โรเจอร์ มิลล่า กองหน้าทีมชาติแคเมอรูนในฟุตบอลโลก 1990 ทิ้งพื้นที่เปิดกว้างหน้าประตูและโอกาสในการเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ตั้งแต่นั้นเขาก็ได้รับฉายาว่าชายผู้บ้าระห่ำ

สไตล์การเล่นของ ฮิกีต้า ถือว่าดุดันกว่ามือกาวทั่วไป เขามักจะออกมาเล่นบอลกับกองหลังฝั่งตัวเอง กล้าที่จะเสี่ยง ไม่กลัวที่จะกระชากบอลหนีกองหน้าคู่แข่ง แบบที่เรามักจะเรียกกันว่า “สวีปเปอร์คีปเปอร์” และยังสามารถยิงฟรีคิก พร้อมกับรับห้าสังหารจุดโทษก่อน เช็คผลบอล ได้ด้วย แต่สิ่งที่ผู้คนจำเขาได้ชัดเจนยิ่งกว่าการวิ่งเข้าใส่ โรเจอร์ มิลล่า ในเวทีฟุตบอลโลกคือเกมกับทีมชาติอังกฤษเมื่อ 5 กันยายน 1995 เมื่อเขาดีดตัวสกัดบอลของ เจมี่ เร้ดแนปป์ กลายเป็นท่าเตะแมงป่อง “สกอร์เปี้ยน คิก”

ว่ากันว่าเขาเป็นคนแรกที่ประดิษฐ์ท่า “สกอร์เปี้ยน คิก” นี้ขึ้นในสนาม และท่าเตะของเขายังเป็น 1 ใน 100 ช่วงเวลาที่สุดยอดที่สุดเท่าที่โลกฟุตบอลเคยมีมาจากการจัดอันดับเมื่อปี 2002


การฉลองประตูอย่างเป็นเอกลักษณ์

เตมูร์ เคตส์บาย่า เป็นคนหนึ่งที่แฟนๆ นิวคาสเซิ่ล จะไม่ลืมเด็ดขาดในฐานะที่ฉลองประตูได้สุดสะใจ เขาเคยยิงประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บใส่ ดินาโม ซาเกร็บ ทำให้ทีมได้ไป ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก เป็นครั้งแรก แต่คงไม่มีใครลืมความโกรธเกรี้ยวที่เขาถอดเสื้อออกมาเตะป้ายโฆษณาหลังจากยิงประตูชัยใส่ โบลตัน วันเดอเรอร์ส เขาบอกว่ารู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ผู้คนจดจำภาพนั้นของเขา ว่ากันว่าที่เขาเตะป้ายโฆษณอย่างโกรธเกรี้ยวเป็นเพราะไม่ค่อยได้รับเลือกเป็นตัวจริง

หากถามถึงคนที่มีภาพการฉลองประตูติดตาเป็นเอกลักษณ์แฟนบอลไทยคงไม่มีใครไม่คิดถึง เกียรติศักดิ์ เสนาเมืองกับการตีลังกาสองตลบ หรือ โรเจอร์ มิลล่า ที่จะวิ่งไปเต้นตรงมุมธงทุกครั้งที่ยิงประตูได้ แต่คงไม่นับท่าสูดโคเคนของ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ เข้าไปด้วย และการฉลองประตูยุคใหม่หลังโรคระบาดก็อาจเปลี่ยนไปพอสมควร หรือการฉลองแบบเว้นระยะห่างที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างก็อาจเป็นเทรนด์ยุคใหม่ ไม่อย่างนั้นเราก็อาจได้เห็นอะไรแปลกๆ อีกมาก


ไม่มีใครตอบได้ว่าอีก 20-30 ปีต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างในโลกฟุตบอล เราอาจได้เห็นตำนานหน้าใหม่ๆ หรืออาจเห็นหุ่นอัจฉริยะมาเล่นฟุตบอลแทนมนุษย์จากจำนวนเกมมากมายมหาศาลจนร่างกายคนเรารับไม่ไหว ขณะที่เอไอเข้ามาในชีวิตมากขึ้น ใครจะไปรู้ บางทีฟุตบอลอาจเป็นเพียงกีฬาในตำนานเมื่อศตวรรษใหม่มาถึง ทิ้งให้คนแก่ๆ นั่งถอนหายใจรำลึกความหลัง ยิ่งกว่าที่ใครต่อใครคิดถึงฟุตบอลยุค 90 ก็เป็นได้

คนเข้าชม 676 total views