วิเคราะห์บอลวันนี้สปอร์ตพลูสปอร์ตแมน เส้นทางสู่แชมป์ เจอร์เกล้น คล็อปป์

วิเคราะห์บอลวันนี้สปอร์ตพลูสปอร์ตแมน ถ้ายังจำกันได้ เจอร์เกล้น คล็อปป์ ขาย ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ให้ บาร์เซโลน่า ผันงบเป็นค่าตัว เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ และ อลิสซง ทั้งที่ ลิเวอร์พูล ปล่อยให้ทีมดังแดนกระทิงดุรอคอย 1 ปีเต็ม และโก่งราคาจากปี 2017 มาเป็น 2 เท่าในปี 2018 นั่นคือการตลาดที่ดี แต่การขายที่ดี โดย ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ มีอะไรมากกว่านั้น

เส้นทางการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ของ เจอร์เกล้น คล็อปป์ กำลังจะเป็นจริง

เอ็ดเวิร์ดส์ เป็นหนึ่งในทีมงานของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่ไม่ได้ออกตามกุนซือไป และได้รับการเลื่อนขั้นเป็นผู้อำนวยการกีฬาของ ลิเวอร์พูล ในเดือนพฤศจิกายน 2016

การมาของนักเตะหลายรายที่กลายเป็นกุญแจสำคัญของทีมทำให้เราต้องปรบมือให้อีกมากมาย ทั้ง จีนี่ ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ่, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, โม ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ นาบี เกอิต้า แต่สิ่งที่ เอ็ดเวิร์ดส์ ทำได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้การซื้อของดี ก็คือการขาย

จอร์ดอน ไอบ์ ยิง 1 ประตู จ่าย 3 จากการลงสนาม 41 เกมแลกเงิน 15 ล้านปอนด์ (600 ล้านบาท) ไป บอร์นมัธ, โจ อัลเลน ไป สโต๊ค 13 ล้านปอนด์ (520 ล้านบาท) เมื่อเหลือสัญญาปีเดียว, คริสติย็อง เบนเตเก้ ยิง 3 ประตูจาก 23 เกม ขายต่อให้ คริสตัล พาเลซ 27 ล้านปอนด์ (1,080 ล้านบาท)

มามาดู ซาโก้ มีปัญหาเรื่องวินัยไป คริสตัล พาเลซ 26 ล้านปอนด์ (1,040 ล้านบาท โดมินิค โซลันกี้ 27 เกมยิงได้ 1 ประตู บอร์นมัธ จ่าย 19 ล้านปอนด์ (760 ล้านบาท), แดนนี่ อิงส์ 3 ปีลงสนาม 1,000 นาที ยังได้จาก เซาธ์แฮฒป์ตัน 20 ล้านปอนด์

คนหนึ่งทำหน้าที่ในสนาม อีกคนทำหน้าที่นอกสนาม นี่คือรูปแบบการจัดการที่ดีที่สามารถพาทีมไปข้างหน้า

ผู้จัดการทีมที่ดีมีผู้ช่วยอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

ลินเดอร์ส เป็นผู้ช่วยของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส มาก่อน แต่ก็อำลาไปจับงานกุนซือเต็มตัวที่ เอ็นอีซี ไนจ์เมเก้น ในฮอลแลนด์ และกลับมาในเดือนมิถุนายนปี 2018

เซลโก้ บูวัช อดีตผู้ช่วยของ คล็อปป์ อำลาไปก่อนลงเตะ แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศกับ เรอัล มาดริด ในปี 2018 หลังจากร่วมงานกันมานาน 17 ปี สร้างความกังวลว่าทีมจะเดินหน้าไปอย่างไร แต่ เป๊ป ลินเดอร์ ผู้มาใหม่ไม่ทำให้ผิดหวัง

ลินเดอร์ ในวัย 36 ปีอาจโดนมองว่าอ่อนประสบการณ์ แต่ในความเป็นจริงเขาสะสมประสบการณ์มานานหลังจากโดนบังคับให้แขวนสตั๊ดเมื่ออายุเพียง 17 ปีเพราะอาการบาดเจ็บ เขาคือกุญแจสู่ความสำเร็จของ แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ บาร์เซโลน่า

ทีมชุดนี้ยังมีนักวิเคราะห์หัวแหลมอย่าง ปีเตอร์ คราเวียตซ์ ที่ติดตาม คล็อปป์ มาตั้งแต่คุม ไมนซ์, อันเดรียส ครอนมายเออร์ โค้ชฟิตเนสที่มีควาสามารถในการรักษาความฟิตนักเตะกับฤดูกาลอันยาวนาน และแม้กระทั้งการทุ่มบอลก็มีโค้ช โทมัส กรอนเนมาร์ค ทำหน้าที่นั่น ทำให้ ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่กลับมาครองบอลจากการทุ่มได้มากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก เป็นที่ 2 ของยุโรป

อย่าใช้คำว่า เกเก้นเพรสซิ่ง

ทั้งคำว่า เฮฟวี่เมทัล หรือ เกเก้นเพรสซิ่ง ก็เป็นคำที่ คล็อปป์ ไม่ชอบมากเท่าไร แม้นั่นเป็นเสียงชื่นชมจากสื่อถึงแท็คติกของเขา

การเล่นเกมบุกเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้ชนะ สนามมีพื้นที่เปิดกว้าง ต้องมีการจัดการที่ดีและสร้างสรรค์ นั่นคือคำกล่าวของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เมื่อมีคนบอกว่าเขามีสไตล์เฮฟวี่เมทัลและเน้นเล่นเกมกดดันสูง และเขาก็รู้ตัวดีว่า เกเก้นเพรสซิ่งยังไม่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ เขาได้ 97 คะแนนใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2018/19 เพราะมันน้อยกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เขารู้ดีว่าจุดอ่อนที่ต้องเร่งแก้คือเกมรับ และเขาทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จากที่เคยเสีย 50 ประตูลดลงเป็น 42, 38, 22 และปัจจุบัน 22 เกม 14 ประตู ค่าเฉลี่ยใกล้เคียงกับฤดูกาลที่แล้ว และเขายังใช้เกมกดดันสูงน้อยลง เพิ่มเกมบุกจากฟูลแบ็คสองข้างมากขึ้น ในทางแท็คติกทุกอย่างดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ที่น่าสนใจก็คือ ลิเวอร์พูล ชุดนี้ไม่ได้มีแค่นักเตะที่ดี แต่ไม่มีสไตล์การเล่นแบนราบเพียงแบบเดียว

การจัดการคน

ฟาน ไดจ์ เคยเล่าถึง คล็อปป์ ว่าเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าจะทำอย่างไรให้เขาดึงศักยภาพออกมาได้มากที่สุด ขณะที่เขาได้รับคำชมจากสื่อมากมาย คล็อปป์ จะดึงเขากลับลงมา

การเป็นผู้จัดการทีมหมายถึงการจัดการแท็คติกและผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่ผู้บริหารยันทีมงานหรือเด็กเก็บบอลก็อาจจะไม่เว้น คล็อปป์ คือหนึ่งในคนที่มีความสามารถกับการจัดการด้านนี้ ครั้งหนึ่งเขาเคยยืนยันว่า ถ้านักเตะมีพลังใจ แรงใจ มีสมาธิ มีแพสชั่น และคามพร้อมครบถ้วน จะมีประโยชน์อะไรถ้าจะไปกดดันเพิ่ม และอะไรที่จำเป็นก็ต้องเข้าใจได้

โม ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ไปร่วมงานแจกรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแอฟริกันในปี 2017 ทั้งที่ 24 ชั่วโมงถัดไปจะลงเตะ เอฟเอ คัพ หรือการไปเข้าเฝ้ากษัตริย์ฮอลแลนด์ของ ฟาน ไดจ์ เรื่องพวกนี้อาจดูเล็กน้อยในสายตาใครๆ แต่ยิ่งใหญ่ในชีวิตนักเตะสักคน และ คล็อปป์ ก็ทำอย่างที่เขาเคยลั่นวาจาไว้ว่า เขาจะเป็นเพื่อนของทุกคน เขาพร้อมที่จะอ้าแขนต้อนรับ

ก่อนปราการหลังชาวดัตช์เดินทางไปขึ้นรับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของ ยูฟ่า ในปีที่ผ่านมา คล็อปป์ ผู้ไม่ชอบงานสังสรรค์บอกว่า เป็นการไปในฐานะตัวแทนของนักเตะทุกคน และ ฟาน ไดจ์ รู้สึกว่าเขาได้รับความเคารพ และมีความรับผิดชอบมากมายจากคนที่เขาเรียกว่าเจ้านายมอบให้

ศิลปะแห่งความพ่ายแพ้

คล็อปป์ หยุดสถิติความพ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศ 6 ครั้งรวมทุกรายการ 3 ครั้งในฟุตบอลยุโรปของตัวเองลงแล้วเมื่อปี 2018 จากนี้เขาจะมุ่งพาทีมรักษาสถิติไม่แพ้ โดยก่อนลงสนามกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ลิเวอร์พูล ไม่แพ้มา 39 เกมติดต่อกัน ถ้าทำได้เกมกับ วูล์ฟส์ จะเป็นนัดที่ 40 เทียบเท่า เชลซี ในฤดูกาล 2005/06 สูงสุดเป็นอันดับ 2 ตลอดกาลของศึก พรีเมียร์ลีก

แพ้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หรือถ้าเราจะเคยได้ยินเพลงที่ร้องว่า ชนะไม่ยิ่งใหญ่ถ้าคำว่าแพ้ยังไม่เข้าใจ เช่นเดียวกัน ความพ่ายแพ้ก็เป็นพลัง อย่างที่ คล็อปป์ บอกเอาไว้ว่าทุกอย่างล้วนส่งผลต่อใจ เมื่อความพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้น ต่อให้พูดว่า เราจะไม่มีทางยอมแพ้ แต่เราก็จะพบว่าเรายอมแพ้ไปแล้ว อาจจะสัก 1-2 ครั้ง พอเรารู้สึกถึงมันได้ เราก็พยายามที่จะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก มันเป็นหนึ่งในขั้นตอนการเรียนรู้

จากความพ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยถึง 6 ครั้งรวม แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018 ที่ไม่สามารถเอาชนะ เรอัล มาดริด ได้ กุนซือชาวเยอรมันน่าจะเรียนรู้ศิลปะของการลุกขึ้นสู้ได้เหนือลูกทีมทั้งหมด ก่อนที่ทุกคนจะมาเรียนรู้พร้อมๆ กันในฤดูกาลที่แล้ว 97 คะแนน กับความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียว ที่เขาเปลี่ยนมันเป็นพลังในการเดินหน้าสู่แชมป์ซีซั่นนี้


ในตอนนี้โอกาสในการพาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ของยอดกุนซืออย่าง เจอร์เกล้น คล็อปป์ ดูเหมือาจะเข้าใกล้ไปทุกที ไม่แน่ในปีนี้แฟนๆของทีม หงส์แดง อาจจะได้ฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่แน่นอน ติดตามความเคลื่อนไหวของสโมสรดังทุกทีมทั่วโลกติดตามได้ทุกวันทาง เว็บไซต์ Maxbet

คนเข้าชม 391 total views