12แลนด์มาร์คเจ้าภาพฟุตบอลยูโร2020ไปถึงแล้วต้องแวะถ่ายรูป

12 แลนด์มาร์ค เจ้าภาพ ยูโร 2020 ไปถึงแล้ว ต้องแวะถ่ายรูป

เมื่อการจัดแข่งกีฬาที่มีผู้คนติดตามากมายทั่วโลกอย่างการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป มาครบรอบ60ปีของการจัดแข่งขันรายการนี้ แน่นอนมันต้องเป็นเรื่องที่พิเศษและยิ่งใหญ่ ซึ่งทางยูฟ่าได้ออกมาประกาศชัดเจนแล้วว่าการจัดแข่งรายการดังกล่าวที่จะมีขึ้นในปีค.ศ.2020จะเป็นการจัดแข่งขันร่วมกันทั้งหมด12ชาติของยุโรป แน่นอนว่าจะมีแฟนบอลจำนวนมากหลังไหล่ไปตามเมืองแต่ละประเทศที่ได้ร่วมจัดแข่งขันรายการนี้ วันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักสถานที่สำคัญหรือ12แลนด์มาร์คเจ้าภาพยูโร2020ไปถึงแล้วต้องแวะถ่ายรูปแต่ละเมืองจะมีสถานที่ไหนที่น่าสนใจบ้าง

12แลนด์มาร์คเจ้าภาพยูโร2020เชียร์บอลเสร็จต้องแวะถ่ายรูป

หัวข้อแนะนำ

1.หอนาฬิกาบิ๊กเบนลอนดอน:ประเทศอังกฤษ

หอนาฬิกาบิ๊กเบน ลอนดอน : ประเทศอังกฤษ

ทางยูฟ่าจัดให้สนามกีฬาเวมบลีย์ในเมืองลอนดอนที่มีความจุสนาม90,000คนเป็นสนามที่จะใช้จัดแข่งในยูโร2020 แน่นอนสถานที่อื่นที่น่าสนใจของลอนดอนนั้นมีอยู่หลายที่ไม่ว่าจะเป็นลอนดอนอาย,ทาวเวอร์บริดจ์,พระราชวังบักกิงแฮม,มหาวิหารเซนต์พอล แต่ที่เป็นแลนด์มารค์ของอังกฤษ เป็นสถานที่ที่ทุกคนต้องไปนั่นคือหอนาฬิกาบิ๊กเบน

หอนาฬิกาบิ๊กเบนเดิมมีชื่อว่าหอเอลิซาเบธเป็นหอนาฬิกาประจำพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ปัจจุบันใช้เป็นรัฐสภาอังกฤษนาฬิกาบิ๊กเบนเริ่มบอกเวลาตั้งแต่ปีค.ศ.1859จนถึงปัจจุบันหอนาฬิกาบิ๊กเบนถูกเปลี่ยนชื่อใหม่อีกครั้งคือElizabethTowerเพื่อเป็นเกียรติแด่พระราชินีอังกฤษในปีค.ศ.2012

การเดินทางไปBigBenเดินทางง่ายๆด้วยรถไฟฟ้าUndergroundไปที่สถานีWestminsterเดินออกมาข้ามถนนก็ถึง


2.วิหารฟาสเอ็นเคเคีร์ยมิวนิก:ประเทศเยอรมัน

วิหารฟาสเอ็นเคเคีร์ย มิวนิก : ประเทศเยอรมัน

ทางยูฟ่าจัดให้สนามอัลลิอันซ์อาเรนาในเมืองมิวนิกที่มีความจุสนามทั้งหมด75,000คนเป็นสนามที่จะใช้จัดแข่งในยูโร2020แน่นอนสถานที่อื่นที่น่าสนใจของมิวนิกนั้นมีมากมาย แต่มีอยู่สภานที่หนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์หรือแลนด์มาร์คของเมืองมิวนิกก็คือวิหารฟาสเอ็นเคเคีร์ย(Frauenkirche)

วิหารแห่งนี้รู้จักกันในชื่อChurch of Our Ladyเป็นวิหารที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่15มีสถาปัตยกรรมแบบโกธิค มีจุดเด่นที่เห็นได้ชัดคือรูปทรงของหลังคาโดมคู่สีเขียวสไตล์เรอเนสซองส์และยังมีจุดชมวิวบนหอคอยทางทิศใต้ ที่สามารถดูวิวของเมืองมิวนิคได้ชัดเจนและสวยงามซึ่งท่านจะได้เห็นเทือกเขาแอลป์เป็นแบ็คกราวน์ด้านหลัง

เดินทางมาเที่ยวที่วิหารฟาสเอ็นเคเคีร์ยท่านสามารถใช้บริการรถรางเเละรถไฟใต้ดินหรือจะเลือกเดินทางด้วยเท้าชมเมืองมาเรื่อยๆจากMarienplatzก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน


3.โคลอสเซียมโรม:ประเทศอิตาลี

โคลอสเซียม โรม : ประเทศอิตาลี

ยูฟ่าจัดให้สนามสตาดีโอโอลิมปีโกในกรุงโรมของประเทศอิตาลีที่มีความจุสนามทั้งหมด72,698คนเป็นสนามที่จะใช้จัดแข่งในยูโร2020แน่นอนกรุงโรมนั้นมีศิลปะ วัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมากมายแต่สถานที่ ที่พลาดไม่ได้เมื่อเยือนกรุงโรมก็คือโคลอสเซียม(Colosseo)1ใน7สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

สถานที่ที่ทำให้ทราบว่าอาณาจักรโรมันโบราณนั้นมีความยิ่งใหญ่เพียงใดสนามกีฬากลางแจ้งเก่าแก่แห่งนี้สามารถรองรับผู้ชมได้มากมายไม่ต่างจากสนามกีฬาโอลิมปิคสเตเดียมที่ใช้จัดแข่งยูโร2020ในครั้งนี้แต่ความแตกต่างของอายุมีมากถึง2000ปี

การเดินทางไปโคลอสเซียม(Colosseo)สามารถเดินทางได้2แบบ

  1. เดินทางโดยรถไฟใต้ดินจากสถานีTermini lineBมาที่สถานีPiramideซึ่งอยู่ห่างจากColosseum
    ประมาณ 250 เมตร
  2. เดินทางด้วยรถบัสโดยสถานีรถบัสที่อยู่ใกล้ที่สุดคือOstiense/Matteucciซึ่งอยู่ห่างจากสนามกีฬาเก่าแก่แห่งนี้ประมาณ220เมตร

4.บากูบูเลอร์วาร์ดบากู:ประเทศอาเซอร์ไบจาน

บากู บูเลอร์วาร์ด บากู : ประเทศอาเซอร์ไบจาน

สนามกีฬาแห่งชาติบากูที่มีความจุขนาด68,700คนจะถูกใช้เป็นสนามแข่งขันฟุตบอลยูโร2020 ซึ่งแน่นอนคงจะมีแฟนบอลมากมายที่หลั่งไหลไปยังเมืองนี้ สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและเป็นแลนด์มาร์คของเมืองบากูที่ไม่ถือว่าผิดก็คือบากูบูเลอร์วาร์ด(Baku Boulevard)

บากูบูเลอร์วาร์ดเป็นทางเดินริมทะเลแคสเปียนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเป็นร้อยปีและได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในทางเดินเลียบทะเลที่ยาวที่สุดทะเลแคสเปียนได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในโลก นักท่องเที่ยวที่ไปถึงสถานที่แห่งนี้สามารถมาเดินเล่นรับลมริมทะเลและถ่ายรูปสวยๆวิวที่นี่สวยมาก กันได้และท่านยังสามารถนั่งชิงช้าสวรรค์บากูอาย(Baku Eye)ขนาดใหญ่ที่มีความสูงถึง60เมตรชมวิวและถ่ายรูปจากมุมสูงได้อีกด้วย
การเดินทางไปที่บากูบูเลอร์วาร์ดเริ่มจากที่สนามบิน ท่านจะต้องนั่งรถบัสแอโรเอ็กซ์เพรส(Aero Express)ไปลงยังสถานี28เมย์(28MayStation)และขึ้นรถไฟฟ้าสายสีแดงปลายทางที่สถานีซาฮิล(SahilStation)และเดินต่ออีกประมาณ15นาที


5.วิหารเซนต์ไอแซคเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก:ประเทศรัสเซีย

วิหารเซนต์ไอแซค เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก : ประเทศรัสเซีย

สนามกีฬาเครสตอฟสกีที่มีความจุสนาม69,500คนเป็นอีกหนึ่งสนามที่ทางยูฟ่าได้เลือกใช้ในการแข่งขันยูโร2020และแน่นอน เมืองเก่าที่มีความเป็นมาอย่างยาวนานก็จะต้องมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย หากใครมีโอกาสได้ไปชมเกมฟุตบอลที่สนามแห่งนี้และยังไม่ทราบว่าเวลาว่างจะไปที่ไหนดี เรามีหนึ่งสถานที่ที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของเมืองนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กต้องไม่พลาดการเข้าชมวิหารเซนต์ไอแซค

มหาวิหารเซนต์ไอแซคได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามมากที่สุดของเมือง เดิมที่เป็นโบสถ์ไม้ต่อมาได้รับการปรับปรุงให้เป็นโบสถ์หินและถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในสมัยพระเจ้าอาเล็กซานเดอร์ที่1มียอดโดมเป็นทองคำที่มีน้ำหนักรวมประมาณ100กิโลกรัม ด้านบนของโบสถ์ยังมีวิวเมืองที่สวยงามให้ได้ชมภายในโบสถ์มีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจและสวยงามเป็นอย่างมากใครไม่ได้ไปถือว่าพลาดอย่างแรง

การเดินทางไปมหาวิหารแห่งนี้ให้นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วงไปลงที่Admiralteyskaya


6.NationalBankOfRomaniaบูคาเรสต์:ประเทศโรมาเนีย

National Bank Of Romania บูคาเรสต์ : ประเทศโรมาเนีย

สนามอารีนาเนชันเนลาที่มีความจุสนาม55,600คนสนามในเมืองบูคาเรสต์เป็นอีกหนึ่งสนามที่ทางด้านยูฟ่าเลือกใช้จัดการแข่งขันฟุตบอลยูโร2020ซึ่งว่ากันว่าเมืองหลวงของประเทศโรมาเนียนั้นมีหลายอย่างที่น่าสนใจอย่างมาก

เราจะมาแนะนำสถานที่เฉพาะที่เป็นแลนด์มาร์คของที่นี่กัน หากใครมีโอกาสได้เดินทางไปยังเมืองแห่งนี้แล้ว ไม่ได้ไปถ่ายรูปเซลฟี่ที่NationalBankOfRomania(ธนาคารแห่งชาติโรมาเนีย)แล้วละก็น่าเสียดายอย่างมากเพราะที่นี่คือแลนด์มาร์คของเมืองบูคาเรสต์ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

การเดินทางไปที่NationalBankOfRomania(ธนาคารแห่งชาติโรมาเนีย)สะดวกสามารถไปได้ทั้งทางรถยนต์และรถไฟฟ้าใต้ดิน


7.จตุรัสดัมสแควร์(DamSquare)อัมสเตอร์ดัม:ประเทศเนเธอร์แลนด์

จัตุรัสดัมสแควร์(Dam Square) อัมสเตอร์ดัม : ประเทศเนเธอร์แลนด์

สนามกีฬาอัมสเตอร์ดัมอาเรนาที่มีความจุ56,000ที่นั่งจะเป็นอีก1ใน13สนามที่ใช้ในการแข่งขันยูโร2020และเมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์แห่งนี้มีความน่าสนใจอย่างมากและเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว อัมสเตอร์ดัมมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของศิลปะและวัฒนธรรมจุดที่เป็นศูนย์กลางของเมืองก็คือจัตุรัสดัมสแควร์เป็นสถานที่เงียบสงบแล เป็นสถานที่ตั้งของอนุสาวรีย์แห่งชาติด้วย

ท่านสามารถถ่ายภาพรอบๆได้และรอบๆสถานที่แห่งนี้ยังมีพระราชวังโรยัลพาเลซ(KoninklijkPalace)ปัจจุบันไม่มีเชื้อพระวงศ์ประทับอยู่ แต่ยังคงใช้สำหรับรับรองแขกบ้านแขกเมืองซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมทุกวันถัดไปอีกที่ด้านหลังพระราชวังเป็นห้างสรรพสินค้าMagnaPlazaที่มีสินค้าหลากหลายมากมายให้ท่านได้เลือกชอปปิ้งกันอย่างจุใจ

การเดินทางสามารถทำได้หลากหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นการนั่งรถรางนั่งเรือหรือใช้สองเท้าของตนเองเดิน


8.มหาวิหารSt.Patrickดับลิน:สาธารณรัฐไอร์แลนด์

มหาวิหาร St. Patrick ดับลิน : สาธารณรัฐไอร์แลนด์

สนามกีฬาอวีวาที่มีความจุขนาด51,700ที่นั่งจะถูกใช้เป็นสนามในการแข่งขันยูโร2020สนามแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองดับลิน เมืองเล็กๆที่มีผู้คนอาศัยอยู่ไม่ถึง500,000คน วันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ที่น่าสนใจเมื่อท่านได้ไปเยือนเมืองนี้และไม่ควรพลาดที่จะไปชมสถานที่จริงและถ่ายรูปเก็บไว้เป็นระลึก

มหาวิหารSt.Patrickซึ่งมีความเก่าแก่ถึง600ปีถูกสร้างขึ้นตรงพื้นที่ที่เชื่อกันว่านักบุญแพททริกได้รับบัพติสมา มีการบูรณะครั้งใหญ่ไปเมื่อปีค.ศ.1860 ในทุกๆปีสถานที่แห่งนี้มีนักท่องเที่ยวมาเยือนไม่ต่ำกว่า500,000คน ต่อปีตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบกอธิคมีความงดงามมาก
การเดินทางไปยังSt.Patrick’sCathedralนั้นสามารถไปได้ทั้งทางรถยนต์และรถไฟใต้ดิน


9.สะพานบิซกายาบิลบาโอ:ประเทศสเปน

9. สะพานบิซกายา บิลบาโอ : ประเทศสเปน แลนด์มาร์ค เจ้าภาพ ยูโร

สนามกีฬาซานมาเมสที่มีขนาดความจุ53,332ที่นั่งจะถูกใช้ในการแข่งขันฟุตบอลยูโร2020ที่จะมีการจัดแข่งขันกันทั่วยุโรปเมืองบิลบาโอ นั้นมีสถานที่ที่น่าสนใจอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นคาสิโนมหาลัยพิพิธภัณฑ์แต่มีสถานที่หนึ่งที่เป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ของเมืองนี้

สะพานบิซกายาเป็นสะพานแขวน ขนย้ายที่เก่าแก่ที่สุดของโลกและถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1893 ซึ่งมีทั้งความเก่าแก่และมีคุณค่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นสถานที่ซึ่งเมื่อนักท่องเที่ยวได้ไปเยือนเมืองแห่งนี้แล้วต้องแวะไปชมความอลังการความน่าถึงและความหวาดเสียวของสะพานนี้พร้อมกับถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

การเดินทางสามารถนั่งรถและรถไฟต่อด้วยการเดินเท้าเรียบแม่น้ำชื่นชมบรรยากาศรอบด้านได้


10.สะพานSzéchenyiChainบูดาเปสต์:ประเทศอังการี

สะพาน Széchenyi Chain บูดาเปสต์ : ประเทศอังการี

สนามกีฬาปุชกาชแฟแร็นตส์แห่งใหม่ความจุสนามอยู่ที่68,000คนจะถูกใช้เป็นสถานที่จัดแข่งบอลยูโร2020สนามแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองหลวงของประเทศฮังการี ซึ่งเมืองหลวงแห่งนี้มีสถานที่ที่น่าสนใจมากมายหากท่านได้ไปดูการแข่งขันฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับที่2ของโลกณเมืองบูดาเปสต์ แล้วละก็คงจะต้องไปสถานที่ที่เรากำลังจะแนะนำให้กับท่านแห่งนี้

สะพานSzéchenyiเป็นสะพานข้ามแม่น้ำดานูบที่อยู่ใจกลางเมืองบูดาเปสต์สะพานนี้ถูกสร้างในทศวรรษที่18ถูกยกให้เป็นสะพานที่มีความงดงามมากที่สุดของเมืองและกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ ซึ่งหากใครที่ได้ไปแล้วไม่ได้ไปเยือนไปถ่ายรูปไปเซลฟี่ณสะพานแห่งนี้ถือว่าพลาดอย่างหนัก

การเดินทางไปยังสะพานแห่งนี้สามารถเดินเท้าหรือไปได้ทางรถยนต์และเรือที่มีให้บริการนำเที่ยวแม่น้ำดานูบ


11.GeorgeSquareกลาสโกว์:ประเทศสกอตแลนด์

George Square กลาสโกว์ : ประเทศสกอตแลนด์

สนามแฮมป์เดนพาร์คมีขนาดความจุที่52,063ที่นั่งเป็นสนามที่ทางยูฟ่าจะจัดให้ใช้งานในการแข่งขันบอลยูโร2020ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองกลาสโกว์ เมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของสกอตแลนด์ซึ่งในอดีตเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมของประเทศ ซึ่งเมืองนี้มีประวัติศาสตร์มายาวนานมากมาย จึ่งมีสถานที่ที่น่าสนใจ และน่าท่องเที่ยวไม่น้อยกว่าเมืองหลวงอย่างเอดินเบิร์ก

สถานที่ที่เราจะมาแนะนำให้กับทุกท่านเมื่อได้ไปเยือนเมืองนี้ก็คือGeorgeSquare ซึ่งอยู่ใจกลางของเมืองที่มีผู้คนบ้าคลั่งกีฬาฟุตบอลแห่งนี้จัตุรัสแห่งนี้มีอาหคารสำนักงานเก่าแก่มากมายรายล้อม โดยส่วนมากแล้วจะเป็นสถาปัตยกรรมแบบวิคตอเรียและจัตุรัสแห่งนี้ก็คือแลนด์มาร์คของเมือง ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาเยือนก็ตามปรกติของเมืองในยุโรปการเดินทางมาที่นี่สามารถทำได้ทั้งทางรถยนต์และรถไฟ


12.รูปปั้นนางเงือกน้อย(TheLittleMermaid)โคเปนเฮเกน:เดนมาร์ก

รูปปั้นนางเงือกน้อย(The Little Mermaid) โคเปนเฮเกน : เดนมาร์ก

ยูฟ่าได้ประกาศให้ใช้สนามกีฬาพาร์เคนที่มีความจุสนามอยู่ที่38,065 ที่นั่งเป็นสนามที่จะใช้จัดแข่งรายการใหญ่ยูโร2020ซึ่งสนามแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองโคเปนเฮเก เมืองหลวงของประเทศเดนมาร์ก ซึ่งแน่นอนเมื่อมีโอกาสที่จะได้มายังเมืองหลวงแห่งนี้เราก็ต้องท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่ว่างจากการดูฟุตบอลด้วย

1ในสถานที่ที่น่าสนใจและกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ไปแล้วก็คือรูปปั้นนางเงือกน้อยที่ตั้งอยู่ที่อ่าวโคเปนเฮเกนTheLittleMermaid ถูกสร้างขึ้นในปีพ.ศ.2456โดยบุตรชายของผุ้ก่อตั้งเบียร์ชื่อดังของโลกคาร์ลสเบิร์กแบรนด์ที่มีการสนับสนุนกีฬาฟุตบอลมาโดยตลอด

รูปปั้นนางเงือกเป็นการปั้นจากฝีมือของศิลปินชาวเดนมาร์กที่ชื่อเอ็ดวาร์ดอีริกเซน ซึ่งรูปปั้นนางเงือกนี้ตั้งอยู่บนก้อนหินในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปร่วมกับนางเงือกแสนสวยมากถึง1ล้านคนจึงกลายเป็นสถานที่ที่เราต้องปักหมุดและไปเก็บภาพเพราะเดียวจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง การเดินทางนั้นสามารถเดินทางได้ด้วยรถประจำทางและรถไฟต่อด้วยการเดินเท้า
________________________________________

Nova88เป็นไงกันบ้างกับ12แลนด์มาร์คเจ้าภาพยูโร2020ศึกฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ของยุโรป ที่จะใช้จัดแข่งขันศึกยูโร2020แต่ละที่มีทั้งความคลาสสิค ศิลปะวัฒนธรรมที่น่าสนใจไม่น้อย เรียกว่าห้ามพลาดกันเลยทีเดียวเรายังมีบทความEuro2020ก่อนที่จะเริ่มฟาดแข้งกันมาให้อ่านอีกอาทิบทวิเคราะห์ ฟุตบอลยูโร2020รอบคัดเลือก

ท่านสมาชิกสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลวิธีเล่นMaxbetหรือสมัครสมาชิกMaxbetได้ที่T-ibcbet99.com
CallCenter:098-213-213-1 ถึง 2
Line:@T-IBCBET