บอลวันพรุ่งนี้ ทางออก ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก รอบล่าสุด

บอลวันพรุ่งนี้ วิกฤตโรคระบาดในวงการ ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ยังดำเนินต่อไปท่ามกลางความวิตกกังวลของผู้คนทั่วโลก แม้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงในหลายปะเทศแต่ยังไม่มีใครวางใจได้ว่ามันจะหมดไปจนกว่าจะมีการคิดค้นวัคซีน หรือยาแก้อาการ การประชุมระหว่างสโมสรในลีกสูงสุดของอังกฤษหรือ พรีเมียร์ลีก ครั้งล่าสุดก็ดำเนินต่อไปเล่นกัน เพื่อหาทางออกตามสถานการณ์ปัจจุบัน

ทางออก ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก รอบล่าสุด

สถานการณ์ล่าสุด

การหารือเพื่อหาข้อสรุปครั้งล่าสุดของ พรีเมียร์ลีก ณ ตอนนี้ไม่มีใครยกหัวข้อเรื่องการเป็นโมฆะขึ้นมาพูด ทุกทีมมีความเห็นตรงกันว่าอยากทำให้ดีที่สุดเพื่อความยุติธรรมกับทุกฝ่าย แต่มันทำได้จริงหรือ มีทางเลือกใดบ้าง

เกมการแข่งขันหยุดไปตั้งแต่ 13 มีนาคม แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล และ แอสตัน วิลล่า ยังเหลืออีก 10 เกม ส่วนอีก 16 ทีมยังต้องแข่งอีก 9 เกม นับรวมได้ 92 เกมที่จะต้องแข่งขันให้จบ เมื่อตัวแทนทุกสโมสรลงความเห็นร่วมกันว่า ฤดูกาล 2019/20 จะต้องจบลงครบ 380 เกม

เอฟเอ คัพ ยังมีอีก 8 ทีมที่ต้องลงเตะรอบรองชนะเลิศซึ่งประกบคู่เอาไว้แล้ว จากรอบรองชนะเลิศถึงรอบชิงชนะเลิศทั้งหมด 7 เกม น่าจะต้องเตะในสนามปิด แผนก็คือ รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศจะเกิดขึ้นที่ เวมบลีย์ ทั้งหมด น่าจะจบเร็วภายใน 4 วัน ทั้งหมดนั้น กรณีที่โรคระบาดลดลงด้วยตัวเลขที่น่าพอใจ ความเป็นไปได้ก็คือจะเริ่มเตะอีกครั้ง 8 มิถุนายน ซึ่งกว่าจะจบในอีก 6 สัปดาห์ต่อจากนั้น ไม่ทันเส้นตาย 30 มิถุนายนที่ ยูฟ่า ขอความร่วมมือ และ ยูฟ่า เองก็มองภาพนี้ออกเช่นกัน

อย่างไรก็ดี แม้ทุกฝ่ายเห็นต้องตรงกันว่าทั้งหมดจะอยู่ในสนามปิดไปจนถึงสิ้นปี 2020 เป็นอย่างน้อย และมีความพยายามที่จะให้มันจบลงด้วยดี แต่ทางเลือกอื่นก็ต้องคิดเผื่อไว้ เพราะอะไรก็เป็นไปได้


ทางเลือกที่ 1 : โมฆะ

โมฆะ คงเป็นคำที่ คล็อปป์ ไม่อยากได้ยิน และหากเป็นจริงเขาและความพยายามที่จะสร้าง ลิเวอร์พูล ชุดนี้ขึ้นมาก็น่าสงสารที่สุด เพราะแชมป์อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

ช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา พรีเมียร์ลีก พยายามขอร้องไม่ให้สื่อทุกสำนักใช้คำว่า null and void หรือ “เป็นโมฆะ” เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นตลอด 28-29 เกมที่เตะกันไปแล้ว ทุกอย่างกลับเป็นศูนย์ และทุกทีมจะเตรียมตัวเพื่อฤดูกาลใหม่ไปเลย คล้ายสภาวะสงครามโลกที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งทีมที่ส่อแววว่าจะตกชั้นก็จะได้หายใจโล่งอก แต่นั่นไม่ยุติธรรมกับ ลิเวอร์พูล ที่ต้องการอีกเพียง 6 คะแนนก็จะเอื้อมหยิบแชมป์ลีกสูงสุดในรอบ 30 ปี

นอกจากเรื่องตำแหน่งสำหรับทีมต่างๆ การยกเลิกฤดูกาลอาจร้อนไปถึง ยูฟ่า ที่อาจลงมือจัดการกับสิทธิ์ในการส่งทีมไป แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือ ยูโรปา อย่างที่กำลังจัดการกับ เบลเยี่ยม ซึ่งเป็นชาติแรกในบรรดาชาติชั้นนำที่ประกาศหยุดเตะเกมที่เหลือ มีการมอบแชมป์และจัดการโควตาที่ ยูฟ่า ไม่พอใจเท่าไร แถมด้วยเรื่องคาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่จะทำให้ขาดรายได้ถ้วนหน้าอีกนับพันล้านปอนด์ หลายหมื่นล้านบาทไทย


ทางเลือกที่ 2 : ทำนายผล

ไม่ว่าจะใช้ทางเลือกไหน โอกาสของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จะกลับมาลงเล่นเกมระดับยุโรปก็ยังดูยากอยู่ เนื่องจากช่วงเวลาระหว่างที่หยุดพักลีก วิกฤตที่เกิดขึ้นทั่วโลกก็ทำให้การสอบสวนคดีชะงักลงชั่วคราวและทุกฝ่ายก็ยังรอคอยคำตัดสิน

การทำนายผลใช้ตัวเลขสถิติจากฟอร์มล่าสุดและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือ ก่อนหน้ามีการทดลองคำนวณโดย เดอะ ไทมส์ สื่อเจ้าหนึ่งของอังกฤษ เป็นคู่ระหว่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และ วูล์ฟส์

เชฟฯ ยูฯ มีเกณฑ์เฉลี่ยของเกมเหย้าอยู่ที่ 1.6 และ วูล์ฟส์ มีค่าเฉลี่ยเกมเยือนที่ 1.5 เมื่อความต่างของทั้งคู่ไม่เกิน 0.2 ผลควรออกมาเสมอ แต่ก็ต้องเอาผลงานใน 5 เกมล่าสุดมาคำนวณด้วย เจ้าบ้านชนะ 3 จาก 5 เกมล่าสุด ทีมเยือนชนะเพียง 2 จาก 5 เกมล่าสุด ผลก็คือ เชฟฯ ยูฯ เป็นฝ่ายชนะไป และเมื่อคำนวณทุกสิ่งแล้วจะได้อันดับในตารางกับโควตาเกมยุโรป

แชมเปี้ยนส์ ลีก : 1. ลิเวอร์พูล 2. เลสเตอร์ 3. เชลซี 4. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (*สมมติว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดนแบนจากเกมยุโรป)

ยูโรปา ลีก : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทีมตกชั้น : วัตฟอร์ด, แอสตัน วิลล่า, นอริช

และการคำนวณผลเกมถัดไปก็จะอิงจากผลที่คำนวณมาก่อนไปเรื่อยๆ ข้อเสียของระบบนี้ก็คือ แม้มันอาจได้สภาพใกล้เคียงความเป็นจริงแต่ก็ไม่ใช่ของจริง อย่างที่ใครๆ ต่างก็รู้กันว่าฟุตบอลลูกกลมๆ ไม่แน่ไม่นอน เป็นไปได้ว่าหลังจากผ่าน 2 นัดและคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล อาจหมดแรง เตะเกมที่เหลือแพ้ทั้งหมด หรือทีมที่รู้ชะตากรรมตัวเองก็อาจเล่นแบบขอไปที มีพลิกล็อก อยู่นอกเหนือความน่าจะเป็น


ทางเลือกที่ 3 : อ้างอิงผลจากการพบกันครั้งที่แล้ว

วิลล่า เป็นหนึ่งในทีมที่เสียเปรียบกับการคิดคะแนนทุกรูปแบบ มีความเป็นไปได้ที่จะตกชั้นสูงมาก ซึ่งหากไม่สามารถอยู่รอด อนาคตของ แจ็ค กรีลิช กัปตันทีมขวัญใจแฟนๆ ก็จะไม่แน่นอนด้วยเช่นกัน

วิธีการคิดไม่ยากเลย แค่ย้อนดูว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงครึ่งซีซั่นแรก เพราะทุกทีมเคยพบกันมาทั้งหมดแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง เช่น ลิเวอร์พูล ครั้งที่แล้วที่ แอนฟิลด์ เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มา 3-1 ดังนั้นก็คิดง่ายๆ ไปเลยว่า พวกเขาจะได้ 3 คะแนนจาก เอติฮัด สเตเดี้ยม แบบมโน แต่เพราะเจอ วัตฟอร์ด ไปครบ 2 ครั้งแล้ว ดังนั้นเกมที่พ่าย 3-0 นั่นก็เท่ากับความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวของลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ ซีซั่นนี้

แชมเปี้ยนส์ ลีก : 1. ลิเวอร์พูล 2. เลสเตอร์ 3. เชลซี 4. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ยูโรปา ลีก : เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

ทีมตกชั้น : แอสตัน วิลล่า, วัตฟอร์ด, นอริช

ข้อเสียของมันก็เช่นเดียวกับการทำนายผล เพราะทุกอย่างไม่แน่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้ การใช้ตรรกะที่ค่อนข้างเล่นง่ายและออกจะตื้นเขินจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีกับใครเท่าไร เพราะมันเหมือนล็อกว่าทีมชนะก็ชนะ ทีมแพ้ก็แพ้วันยันค่ำ โดยเฉพาะทีมที่ยังมีโอกาสสู้ พวกเขาควรได้สู้


ทางเลือกที่ 4 : คิดคะแนนเฉลี่ย

แมนฯ ยูไนเต็ด ค่อนข้างจะได้ประโยชน์ แม้พวกเขาอาจจบเป็นที่ 5 แต่การตัดสินคดีของ แมนฯ ซิตี้ ที่ยังล่าช้าจะทำให้เป็นไปได้มากว่าพวกเขาจะได้พื้นที่ แชมเปี้ยนส์ ลีก

ทางเลือกข้อที่แล้วเป็นการอ้างอิงผลและยัดเยียดคะแนนทำให้เกิดความต่าง แต่สำหรับทางเลือกนี้ดูน่าสนใจขึ้นมาเล็กน้อย ด้วยการหาคะแนนเฉลี่ยที่เคยเกิดขึ้นด้วยความละเอียดมากขึ้น ดังนั้น เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่มีคะแนนเฉลี่ย 1.54 ต่อเกม จะเฉือน วูล์ฟส์ ที่มีคะแนน 1.48 ต่อเกม ขึ้นไปชิงพื้นที่ ยูโรปา ได้สำเร็จ และ อาร์เซน่อล จะลงท้ายด้วยอันดับที่ดีกว่า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

แชมเปี้ยนส์ ลีก : 1. ลิเวอร์พูล 2. เลสเตอร์ 3. เชลซี 4. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ยูโรปา ลีก : เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

ทีมตกชั้น : บอร์นมัธ, แอสตัน วิลล่า, นอริช

ทีมท้ายตารางเป็นผู้รับเคราะห์อีกเช่นกัน เนื่องจากแต้มบุญหรือแต้มที่เคยสะสมมาไม่ดี ส่งผลต่อค่าเฉลี่ย ซึ่ง แอสตัน วิลล่า ก็กลายเป็นทีมน่าสงสาร ทั้งที่พวกเขาอาจจะพลิกเกมได้ในช่วงใดสักช่วงที่เหลืออยู่


ทางเลือกที่ 5 : ผสมผสานทั้งการทำนายผลและอ้างอิงสถิติการพบกันที่ผ่านมา

ตัวอย่างการทำนายผลของ StatPerform ที่มีความละเอียดสูง และผ่านการคิดอย่างถี่ถ้วน ทำให้ได้ความน่าจะเป็นที่ใกล้เคียงที่สุดในหลายๆ ปัจจัย

นี่เป็นระบบที่ใช้เทคโนโลยีและรายละเอียดต่างๆ จากการเก็บสถิติของ ออปต้า (Opta) และ สแตทเพอร์ฟอร์ม (StatPerform) ที่เคยทดลองผ่านทางโซเชี่ยลมีเดียตั้งแต่เกมหยุดเตะใน 2 สัปดาห์แรก โดยดูความเป็นไปได้ที่จะชนะ เสมอ หรือแพ้จากผลงานของเกมรับและเกมรุกของทีมนั้นๆ และสถิติ 4 ปีย้อนหลัง ซึ่งให้น้ำหนักมากกว่าแค่ 5 เกมล่าสุด

แชมเปี้ยนส์ ลีก : 1. ลิเวอร์พูล 2. เลสเตอร์ 3. เชลซี 4. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ยูโรปา ลีก : ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

ทีมตกชั้น : บอร์นมัธ, แอสตัน วิลล่า, นอริช

เช่นเดียวกับทางเลือกอื่นก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะพยายามใส่รายละเอียดลงไปเท่าไร อ้างอิงสถิติย้อนหลังไปไกลขนาดไหน แต่ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นเพียงความน่าจะเป็น


ทางเลือกที่ 6 : ใช้ตารางคะแนนปัจจุบัน

แชมเปี้ยนส์ ลีก : 1. ลิเวอร์พูล 2. เลสเตอร์ 3. เชลซี 4. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ยูโรปา ลีก : วูล์ฟแฮมป์ตัน

ทีมตกชั้น : บอร์นมัธ, แอสตัน วิลล่า, นอริช

6.1 มีทีมตกชั้น

การยืนยันด้วยผลการแข่งขัน 29 จาก 38 เกมก็แทบไม่ต่างอะไรจากข้อแรกที่ว่า พรีเมียร์ลีก เป็นโมฆะ เพียงแค่มีการจัดสรรทีมที่จะไปยุโรปเอาไว้แล้ว และทีมที่จ่อจะเลื่อนชั้นอย่าง เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน และ ลีดส์ ยูไนเต็ด ก็มั่นใจได้ว่าพวกเขาจะไม่พลาดโอกาสในการกลับมา แต่ก็เหมือนทุกข้อที่ผ่านมา ทีมหนีตายในอันดับ 15-20 ยังมีโอกาสพอๆ กันด้วยช่องว่าง 8 คะแนนใน 9 เกมที่เหลือ อะไรก็เกิดขึ้นได้ เช่นเดียวกับพื้นที่ฟุตบอลยุโรป เลสเตอร์ อันดับ 3 ค่อนข้างลอยตัว แต่อันดับ 4-8 เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, วูล์ฟแฮมป์ตัน และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ด้วยความห่าง 7 คะแนน กระทั่ง สเปอร์ส ก็ไป แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ แม้จะเหนื่อยหน่อย

6.2 ไม่มีทีมตกชั้น และเพิ่มจำนวนทีม

ลีดส์ ยูไนเต็ด ครองตำแหน่งจ่าฝูง เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ที่ 71 คะแนน มากกว่า เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 1 คะแนน พวกเขาจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ ฟูแล่ม อันดับ 3 ที่ตามอยู่ 7 คะแนน ยังมีความเชื่อว่าพวกเขาไม่หมดโอกาสในการเลื่อนชั้นอัตโนมัติ

ไม่มีทีมตกชั้นนั้นเป็นเรื่องน่ายินดี การมี 22 ทีม พรีเมียร์ลีก ไม่ใช่เรื่องใหม่ พวกเขาเคยทำมาแล้วเมื่อปรับรูปแบบมาจากดิวิชั่น 1 ในปี 1992 แต่อย่าลืมว่าการดึงทีมเพิ่มหรือลดทีมใดๆ จะส่งผลถึงลีกที่อยู่ใต้ฐานทั้งหมด และเป็นการแก้ที่ง่าย แค่คลายปมยาก เพราะนั่นหมายความว่าในฤดูกาลใหม่อาจมีทีมตกชั้นเพิ่มขึ้น การต่อสู้ดุเดือดมากขึ้น ฟังดูน่าสนุก แต่ก็คงไม่สนุกเท่าไร และการเพิ่มหรือลดทีมในเพียงฤดูกาลเดียวทำให้ พรีเมียร์ลีก ดูเป็นตัวตลก

ทั้งหมดนี้ไม่มีระบบใดที่เอ่ยถึงการเพล์ออฟ ซึ่งอาจสอดแทรกเข้าไปได้ในบางช่วงบางตอน เช่นการตัดสินระหว่างทีมที่จะตกชั้นกับทีมที่จะเลื่อนชั้น ไม่รู้เพราะความได้เปรียบที่ทีมในลีกสูงสุดมักจะเป็นต่ออยู่เสมอหรืออย่างไร


ทั้งนี้ทั้งนั้นบทสรุป ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ก็ยังไม่ชัดเจนสักอย่าง แม้กระทั่งการตั้งเป้าว่าจะกลับมาเริ่มเกมที่เหลืออยู่ในวันที่ 8 มิถุนายนนั้นก็เป็นเพียงความพยายามที่จะมองโลกในแง่ดีมากที่สุด และจะมีการประชุมเพื่อดูความคืบหน้าของสถานการณ์ในอังกฤษอีกครั้ง 1 พฤษภาคม ซึ่งเมื่อวันนั้นมาถึงเราอาจเห็นความชัดเจนยิ่งขึ้น หรืออาจวกวนอยู่ในความน่าจะเป็นเช่นนี้ต่อไป

ต้องการติดตามข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการ แทงบอลออนไลน์ รวมถึงวิธีการเล่นพนันออนไลน์ สามารถติดตามข้อมูลที่น่าสนใจเหล่านี้ได้ทาง : เว็บ Maxbet

**หากคุณชอบ เล่นเกมส์สล็อต แล้วละก็และต้องการข้อมูลดีๆ โปรโมชั่น เคดริตฟรีไม่ต้องแชร์ เรามีข้อมูลดีๆให้ทุกท่าได้ติดตามด้วยเช่นกัน**

คนเข้าชม 539 total views