ผลบอลสดเมื่อคืน เหตุผลที่ ลิโอเนล เมสซี่ อยากไปจาก บาร์เซโลน่า

ผลบอลสดเมื่อคืน ความสั่นคลอนที่เกิดขึ้นกับ ลิโอเนล เมสซี่ และ บาร์เซโลน่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ง่ายอยู่แล้วสำหรับกุนซือคนใดก็ตามที่จะเข้ามาจับทัพที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ โดยเฉพาะกับนักเตะที่ดีที่สุดในโลก ถ้าหากยังพอจำกันได้ ช่วงที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุมทีม ปัญหาก็มีอยู่บ้าง ไม่ว่าเรื่องของระเบียบวินัยต่อทีมโดยรวม หรือปัญหายิบย่อยกับผู้เล่นบางราย ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด และในที่สุดก็เป็น เป๊ป ที่เลือกจากไป

ร่ำลือกันว่า เมสซี่ เคยกินโค้กต่อหน้า เป๊ป ซึ่งน้ำอัดลมเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับนักฟุตบอลที่ต้องดูแลรักษาสภาพร่างกาย แต่อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่เมื่อกุนซือและนักเตะก็คงต้องขัดแย้งกันบ้าง

ใครๆ ก็บอกว่า ยุครุ่งเรืองของ บาร์เซโลน่า สิ้นสุดลงแล้ว แต่ด้วยชุดผู้เล่นที่ยังยอดเยี่ยม การมาของลูกหม้ออย่าง หลุยส์ เอ็นริเก้ จึงสามารถเค้นพลังขั้นสุดท้ายออกมา แต่นับจากนั้น บาร์เซโลน่า ก็มีปัญหามาตลอด ล่าสุด กิเก้ เซเตียน ที่คาดกันว่าน่าจะมาดีก็กลายเป็นเหลว ในฐานะที่อยู่นาน ลิโอเนล เมสซี่ มองเห็นทุกอย่าง เขาเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และเมื่อเวลาทำงานของมัน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าสักวันเขาจะตัดสินใจจากไป

เพราะอะไร ลิโอเนล เมสซี่ อยากหนีจากถิ่น คัมป์นู

เบื่อสเปน

นอกจากเป็นคุณพ่อ ฮอร์เก้ เมสซี่ ยังเป็นเอเย่นต์ส่วนตัวของลูกชาย และเดินทางไปขึ้นศาลเรื่องหลบเลี่ยงภาาาีด้วยกันเสมอ

อย่างที่ทุกคนรู้กันดี แม้มีสัญชาติสเปน เพราะอยู่อาศัยมาตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน แต่แท้ที่จริงเขาก็เป็นชาวอาร์เจนติน่า ที่ทุ่มเทกับการเล่นเพื่อชาติมามากมายแบบเล่นจริงเจ็บจริง พร้อมทุ่มเททุกอย่าง ดังนั้นเมื่อรู้สึกไม่ดีกับถิ่นที่อยู่ในปัจจุบันก็ไม่แปลกที่เขาจะอยากย้าย และครั้งหนึ่ง เมสซี่ เคยยอมรับว่าอยากย้ายออกจากประเทศสเปนไปให้พ้นๆ

แม้ไม่เอ่ยเหตุผลชัดเจน แต่ใครๆ ก็พอเดาได้ว่าเป็นเรื่องภาษี เมื่อปี 2013 เขาและคุณพ่อจ่ายเงินให้กับสรรพากรสเปน 4 ล้านยูโร (140 ล้านบาท) ในการต่อสู้คดีเรื่องการเบี้ยวจ่ายภาษี ซึ่งเขาไม่ใช่นักเตะคนเดียวที่เจอคดี เพราะซูเปอร์สตาร์อีกมากมายทั้งเพื่อนร่วมทีม และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ต่างก็ต่อสู้คดีเช่นเดียวกัน แต่เป็นเรื่องที่ทำให้นักฟุตบอลอาชีพหลายรายหัวเสีย

ไม่รู้ว่าความจริงคืออะไร แต่ก็ร่ำลือกันว่า ด้วยสถานะลูกหนี้แห่งยุโณปและสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดีนัก มีปัญหาภายในมากมาย รัฐบาลจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะหารายได้เข้าประเทศ และเริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมถึงเก็บเงินจากธุรกิจฟุตบอลได้น้อยนัก ทั้งที่จริงแล้ว ลา ลีกา เป็นลีกชั้นนำท็อป 5 ของโลก สรรพากรจึงเริ่มลงมือเก็บภาษีที่ไม่เคยเก็บหรืออาจจะเคยเก็บในจำนวนน้อยเกินไป นั่นทำให้ เมสซี่ รู้สึกว่าโดนเล่นงาน


ความสัมพันธ์กับบอร์ดบริหาร

สมัยเป็นนักเตะ อบิดัล และ เมสซี่ ก็ดีต่อกัน แต่เมื่อเป็นผู้บริหาร อบิดัล ตั้งคำถามถึงความเป็นมืออาชีพและตารางการซ้อม วินัยของนักเตะว่าเที่ยงตรงแค่ไหน โดยไม่เอ่ยชื่อ หลังจากตกรอบ โกปา เดล เรย์ ด้วยฝีมือของ แอธเลติก บิลเบา ทำให้ เมสซี่ ไม่พอใจอย่างมาก

เมสซี่ ลงสนามในฐานะกัปตันทีมนัดที่ 100 ไปเมื่อกลางปี 2019 ในฐานะผู้นำเขาต้องเผชิญภาวะหลายอย่าง และเนื่องจากเป็นเด็กที่สโมสรชุบเลี้ยงมาตั้งแต่น้อย เขาจึงมองเห็นปัญหามากมาย บอร์ดบริหารก็เปลี่ยนไปหลายชุด ประธานสโมสร ก็เปลี่ยนไปแล้ว 3 คน ตั้งแต่สมัยของ โจน ลา ปอร์ต้า มาเป็น ซานโดร โรเซลล์ และ โจเซ็ป มาเรีย บาร์โตเมว ที่อยู่มาตั้งแต่ปี 2014

ที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า พยายามให้ความสำคัญกับนักเตะที่ดีที่สุดของโลกมาตลอด ช่วงหนึ่งที่ โรนัลโด้ ยังอยู่กับ เรอัล มาดริด ทั้งสองยิ่งพยายามที่จะแข่งขันกัน แข่งกันขึ้นค่าจ้างเพื่อยกระดับทีมว่า ฉันนี่ไงมีนักเตะที่ดีที่สุด ค่าเหนื่อยแพงที่สุด แต่เมื่อ โรนัลโด้ ไปอิตาลี หลายอย่างก็เปลี่ยน แม้ เมสซี่ ยังเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกจากที่แฟนๆ เห็นกันในสนาม แต่เบื้องลึก โดยเพาะกับฝ่ายบริหารเป็นอย่างไรก็ยากจะรู้ได้

ถึงอย่างนั้นมันก็มีสิ่งที่เราเห็นบ้าง เช่นการปะทะฝีปากกับผู้อำนวยการฟุตบอล และอดีตเพื่อนร่วมทีม เอริค อบิดัล ที่เคยวิจารณ์ผู้เล่นแบบลอยๆ โดยไม่ระบุชื่อ และ เมสซี่ ก็ตอบโต้โดยไม่ลังเลว่า เวลาพูดถึงใครช่วยใส่ชื่อด้วย ไม่อย่างนั้นนักเตะทั้งทีมจะเสื่อมเสียชื่อเสียง


สถานะ “เดอะ แบก”

หลังจากไม่มี เนย์ มาร์ บาร์เซโลน่า ปรับทัพมาเล่นกองหน้าคู่ เมสซี่ และ ซัวเรซ ล่าประตูร่วมกัน แต่ทั้งคู่จะเล่นแบบนั้นได้อีกนานแค่ไหน เพราะ ซัวเรซ ก็อายุ 33 ปีเช่นกัน

นอกจากเป็นนักเตะที่ดีที่สุด เมสซี่ ยังเป็นตัวความหวัง ในวัย 33 ปีหมาดๆ ครองตำแหน่งดาวซัลโว ลา ลีกา ที่ 22 ประตู และน่าจะเป็นฤดูกาลที่ 10 ติดต่อกันที่ยิงได้ใน ลา ลีกา เกิน 25 ประตู เพราะยังเหลืออีกหลายนัด และคงจะต้องเป็นความหวังอันยิ่งใหญ่เมื่อกลับมาเตะ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ยังคั่งค้าง เขายังเป็นคนแบกทีม เอาไว้บนบ่า

แม้ หลุยส์ ซัวเรซ ช่วยแบ่งเบาไปบ้าง 13 ประตู แต่พวกเขาก็กำลังดิ้นรนแย่งแชมป์กับ เรอัล มาดริด อย่างเหนื่อยยาก ขณะที่ อองตวน กรีซมันน์ ยังไม่สามารถส่องประกาย ไม่รู้ด้วยเหตุผลอันใด แต่ยิงไปเพียง 8 ประตูเท่านั้น ทั้งที่เป็นนักเตะที่น่าจับตา เคยเข้าชิง บัลลง ดอร์ ด้วยกันเมื่อปี 2016 และใครๆ ก็คิดกันว่าเขาน่าจะเป็นตัวแทนของ เมสซี่ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้น

ความรู้สึกในการแบกทีมนั้นยิ่งใหญ่เสมอ แม้เคยมีใครๆ พูดกันมาตลอดว่า ถ้าคิดไม่ออก ทำอะไรไม่ได้ก็แค่ส่งบอลให้ เมสซี่ เดี๋ยวเขาจะใช้เวทย์มนตร์จากปลายเท้าสร้างปาฏิหาริย์ แต่ทั้งที่มหัศจรรย์ขนาดนั้น เป็นขวัญใจมาตลอดอย่างนั้น 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็มีคนไม่น้อยส่งเสียงอยู่ตลอดว่า ถึงเวลาแล้วสินะที่สโมสรต้องหาทายาทคนถัดไป คนนั้นคนนี้จะมาแทน ใครจะมาแทนถึงจะดี ใครจะแทนที่ได้

เขาแบกรับความรู้สึกนั้นพร้อมกับแบกความหวังเอาไว้ ต่อให้ไม่พยายามคิดถึงมัน แต่เชื่อเถอะว่าลึกๆ เขาก็รู้ตัวดีว่าสักวัน จะมีใครมาแทน รีบจากไปในฐานะตำนานอย่างที่ ชาบี เอร์นานเดซ และ อังเดรส อีเนียสต้า เคยทำ ไม่ดีกว่าหรือ


ชุดผู้เล่นที่ไม่ดีพอ

ว่ากันว่า ผู้บริหารมักจะคุยกับ เมสซี่ อยู่เสมอ สอบถามความเห็นว่าอยากได้ใครมาเป็นคู่หูในแนวรุก แต่บอร์ดเคยพลาดการคว้าตัว เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ และตอนนี้อยากได้ เนย์มาร์ กลับมา ก็ไม่ได้

ต่อเนื่องจากการเป็นนักเตะวัย 33 ปีที่ยังต้องแบกภาระของทีม หันซ้ายหันขวาจะหาใครมาช่วยก็ออกจะยากสักหน่อย และไม่ใช่เพียงเท่านั้น แฟนๆ ส่วนใหญ่เองก็คงยอมรับว่า นับตั้งแต่ ชาบี และ อีเนียสต้า จากไปจะหาใครมาแทนก็ยากลำบาก อยู่ได้เพียงไม่นานก็ไป หลายตำแหน่งอายุไม่น้อย ถึงจะบอกว่าเป็นการผสมผสานของทีมที่มีประสบการณ์และดาวรุ่ง แต่ก็พอเดาออกว่าตัวประสบการณ์แบกความกดดันอยู่มาก

มีข่าวลือว่าอยากได้ เนย์มาร์ คืนถิ่น แต่เพราะเคยขายไปแพง ค่าตัวจำนวนนั้นก็เป็นกับดักตัวเอง ทำให้ไม่สามารถเอากลับมาได้แล้ว ประกอบกับสถานะการเงินที่วิกฤตกันทั่วหัวระแหงจากโรคระบาดโควิด-19 อาจไม่มีนักเตะราคาแตะ 100 ล้านยูโร (3,500 ล้านบาท) ได้ย้ายทีมในตลาดฤดูร้อน 2020 หรือถ้าจะมีก็คงไม่ใช่ บาร์เซโลน่า ที่จ่ายออกไป จากการขาดทุนสะสม ซื้อแพงขายถูกมาหลายปี

ตัวแพงทั้งหลายก็ไม่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเท่าไรนัก ยิ่งทำให้ขาดทุนทางการตลาด เมื่อผลงานไม่ดี ผ่านเข้ารอบลึกบอลถ้วยไม่ได้ หรือเสียท่าไม่ได้แชมป์ ลา ลีกา เงินรางวัลที่จะกลับคืนมาก็น้อยลง เมื่อผลงานในสนามต่อสายตาแฟนๆ ไม่น่าพอใจ นักเตะบางรายก็ไม่สามารถครองใจได้ และในฐานะกัปตัน เมสซี่ คงเห็นแล้วว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับทีม หากเป็นเช่นนี้ บาร์เซโลน่า จะอยู่ตรงไหน อาจมีทีมใดสักทีมปิดช่องว่าง และแซงหน้า ไม่ได้มีแค่พวกเขาและ เรอัล มาดริด อีกต่อไป


แต่… อย่างไรก็ตาม เมสซี่ ก็ไม่ได้รีบด่วนที่จะย้ายมันทีที่เตะครบ 38 เกม แค่ต้องการไปจากทีมในปี 2021 แม้มีสัญญาถึงปี 2023 แต่ในฐานะที่เป็นนักเตะที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ เขาน่าจะสามารถตกลงกันได้ และมีข่าวลือว่า กิเก้ เซเตียน จะสละตำแหน่งเมื่อฤดูกาลจบลง ชาบี จะเข้ามาแทน

มีการตกลงล่วงหน้าเอาไว้แล้ว จริงหรือไม่ต้องติดตาม นั่นเท่ากับว่า เมสซี่ ยังให้เวลาสโมสรอีกปี แต่ต่อให้สโมสรเป็นได้ดีกว่านี้ ผ่าทีมให้เจิดจรัสกว่านี้ มันก็อาจถึงเวลาสักทีที่ เมสซี่ จะอำลา

บทความแนะนำ

คนเข้าชม 99 total views